ททท. นครนายก ชวนสื่อมวลชนเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยง ภายในจังหวัดนครนายก (3)

อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี) อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อ่านว่า “นะ – รึ – บอ – ดิน – ทระ – จิน – ดา” มีความหมายว่า “อ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” มีความจุ 295 ล้านลูกบาศก์เมตร เก็บกักน้ำจากแควโสมงไม่ให้ไหลลงสู่อำเภอกบินทร์บุรี ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 – ปัจจุบัน รวมปริมาณน้ำสะสม 227.70 ล้านลูกบาศก์เมตร

โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ธารน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ สู่ชาวปราจีนบุรี “น้ำ” ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของทุกคนและสรรพชีวิต “น้ำ” เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถขาดได้ ไม่ว่าจะไว้ใช้ในการอุปโภคหรือบริโภคก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริและได้มีโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำขึ้นมากมาย ในทั่วประเทศ เพราะพระองค์ทรงเห็นความสำคัญและความยากลำบาก เมื่อประชาชนขาดแคลนน้ำ หนึ่งในหลายๆ โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแหล่งน้ำ คือการพระราชทานพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ พระองค์ได้พระราชทานไว้มากมาย หนึ่งในอ่างเก็บน้ำทั้งหลาย คือ โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่

โครงการห้วยโสมงฯ ตั้งอยู่ในเขตตำบลแก่งดินสอ และพื้นที่ชลประทานอยู่ในเขตตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี ตำบลเมืองเก่า ตำบลบ่อทอง และตำบลบ้านนา อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โครงการห้วยโสมงฯ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการห้วยโสมงครั้งแรกตั้งแต่ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2521 และยังมีพระราชดำริอีกหลายโอกาสระหว่างปี พ.ศ. 2521-2544 จนกระทั่งปี 2532 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการอนุมัติให้ดำเนินโครงการ ในปี 2538 ได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการแล้วเสร็จ ต่อมาได้มีการศึกษาปรับปรุงรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่อีก 2 ครั้งแล้วเสร็จในปี 2546 ต่อมาเมื่อ 14 กรกฎาคม 2548 อุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติปางสีดาได้รับการประกาศเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อ 14 กรกฎาคม 2548 ซึ่งพื้นที่ที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโสมงบางส่วนประมาณ 2,728 ไร่ อยู่ในพื้นที่ของทั้ง 2 อุทยาน ทำให้โครงการหยุดชะงัก ต้องมีการศึกษาความเหมาะสมโครงการใหม่อีกครั้ง โดยกรมชลประทานได้จ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษาในปี 2550 จนกระทั่งวันที่ 5 สิงหาคม 2552 คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกอนุมัติให้กรมชลประทานใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติปางสีดาเพื่อก่อสร้างโครงการได้ และในวันที่ 26 เดือนเดียวกัน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติในการประชุม ครั้งที่ 4/2552 เห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

นายสุรชัย จิวะสุรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7

ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบวงเงินและระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง และในปี 2553 กรมชลประทานก็ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโสมงฯ ขึ้นที่บ้านแก่งยาว ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจะเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ ส่วนของอ่างเก็บน้ำมีความจุเต็มที่ 295 ล้านลูกบาศก์เมตร และส่วนของระบบส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรกรรม 111,300 ไร่ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2553-2561 รวม 9 ปี ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 8,300 ล้านบาท

โครงการห้วยโสมงฯ เกิดขึ้นจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานไว้ ตั้งแต่ปี 2521 เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรใช้ทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง และมีน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคตลอดปี และเพื่อสนองพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการ จึงได้พระราชทานพระราชดำริความว่า “การก่อสร้างโครงการที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่า ควรมีการฟื้นฟูสภาพป่า พัฒนาอาชีพ ให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ ให้ทุกฝ่ายรับรู้และเข้าใจโครงการด้วย” ดังนั้น สำนักงาน กปร. กรมชลประทานร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดปราจีนบุรี ได้ดำเนินการพัฒนาอาชีพให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการห้วยโสมงฯ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 และในปี 2559 จะขยายพื้นที่ด้านพัฒนาอาชีพให้แก่ราษฎรกลุ่มพื้นที่รับประโยชน์ในเขตชลประทานฝั่งซ้ายและฝั่งขวาต่อไปด้วย

ปัจจุบัน กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประกอบด้วย ตัวเขื่อน อาคารระบายน้ำล้น ท่อส่งน้ำฝั่งซ้าย อาคารระบายน้ำลงลำน้ำเดิม มีความก้าวหน้าคิดเป็น 60% พร้อมกับได้มีการปลูกป่า ฟื้นฟูสภาพพื้นที่รอบโครงการควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง ตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยในอีก 3 ปีข้างหน้าในปี 2561 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จทั้งโครงการ จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับราษฎรมีแหล่งน้ำต้นทุนและเพิ่มพื้นที่ชลประทานในฤดูฝนจำนวน 111,300 ไร่ และฤดูแล้งจำนวน 45,000 ไร่ ในเขตอำเภอนาดี และอำเภอกบินทร์บุรี รวมถึง ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีและลุ่มน้ำสาขาที่เกิดขึ้นเป็นประจำในเขตพื้นที่อำเภอนาดี และอำเภอกบินทร์บุรี

แม้ปัจจุบันโครงการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์และจะเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ให้กับราษฎรใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค ทำการเกษตรกรรมและมีน้ำเพียงพอมาใช้ในการทำการประปาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังจะสร้างประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำ ช่วยรักษาระบบนิเวศผลักดันน้ำเค็มและน้ำเน่าเสียในแม่น้ำปราจีนบุรี และแม่น้ำบางปะกง เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งพื้นที่อ่างเก็บน้ำยังจะเป็นแนวกันชน หรือ แนวป้องกันการบุกรุกทำลายพื้นป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติปางสีดา ช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่า ทำให้โอกาสการเกิดไฟไหม้ป่าลดลงหรือหากเกิดไฟป่า ก็จะมีแหล่งน้ำต้นทุนที่จะสามารถนำน้ำมาใช้ดับไฟป่าได้  ตลอดจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดปราจีนบุรี

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*