สื่อมวลชน เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว และกลยุทธ์การพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อการประชุมและนิทรรศการ ในจังหวัดขอนแก่น (11)

สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น แหล่งเรียนรู้ทางด้านธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อมโลก จุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2559 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านธรรมชาติวิทยาและด้านสิ่งแวดล้อมโลก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพสกนิกรชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น อย่างหาที่สุดมิได้

ผศ.ดร.เพ็ญประภา เพชระบูรณิน อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ ผู้จัดการสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้กล่าวถึงนิทรรศการองค์ความรู้ต่างๆ ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ฯ ว่า “โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ หรือ อพ.สธ. เริ่มจากการที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากร ซึ่งชื่อโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ในความเป็นจริงแล้วพระองค์ท่านไม่ได้หมายถึงพันธุกรรมพืชเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงทรัพยากรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางชีวภาพ ได้แก่ พืช สัตว์ สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทั้งมองเห็นและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทรัพยากรทางกายภาพ ได้แก่ ดิน หิน แร่ ภูเขา เป็นต้น รวมไปถึงทรัพยากรทางภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรม และประเพณี รวมเป็นทรัพยากรใน ๓ ด้าน และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้สนองพระราชดำริในโครงการ อพ.สธ. มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2540 ตอนนั้นเราเริ่มต้นที่โคกภูตากา ที่เวียงเก่า ซึ่งทางจังหวัดขอนแก่นได้ถวายเพื่อเป็นพื้นที่ปกปัก และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเอง ได้เข้าไปทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง และขณะเดียวกัน ทาง อพ.สธ. ได้มีความร่วมมือกับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในการเปิดพื้นที่ป่าในเขื่อนต่างๆ ให้สถาบันทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันทางการศึกษาเข้าไปทำการศึกษาวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เข้าไปทำการศึกษาในหลายพื้นที่ เช่น เขื่อนห้วยกุ่ม เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เขื่อนสิรินธร ที่จังหวัดอุบลราชธานี จากการที่เราเข้าไปศึกษาวิจัยตรงนั้น ผลงานที่ปรากฏออกมามีมากมายและหลายอย่าง นำไปถึงขั้นนอกจากการเรียนรู้ทางทรัพยากรแล้ว สามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นได้ จากผลงานของคณาจารย์นักวิจัยเหล่านั้น ทำให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับพระราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 8 ภายใต้ชื่อ “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” และในการจัดนิทรรศการนี้ จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และนิทรรศการนี้ เป็นที่มาของการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ดังนั้นในส่วนแรกของพิพิธภัณฑ์ จะเป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ในการที่สนองพระราชดำริฯ ในโครงการ อพสธ. มีผังของโครงการฯ ที่เป็นส่วนกลาง องค์ประกอบผังการดำเนินงานกิจกรรม หรือการจัดแบ่งกลุ่มหน่วยงานสนองพระราชดำริฯ ในโครงการนี้ รวมไปถึงเรื่องของ อพ.สธ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ได้สนองพระราชดำริฯ ทั้งหมดนี้อยู่ในส่วนแรกของพิพิธภัณฑ์”

ในส่วนของนิทรรศการอื่นในอาคาร ผศ.ดร.เพ็ญประภา กล่าวว่า “โดยหลักของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา จุดกำเนิดต้องมาตั้งแต่การก่อกำเนิดเป็นโลกของเราขึ้นมา ดังนั้น เราจึงเริ่มตั้งแต่การก่อกำเนิดระบบสุริยะ มาถึงการก่อกำเนิดโลก และเนื่องจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในแต่ละแห่งที่สร้างขึ้น จะได้รับโจทย์หนึ่งคือเราควรนำเสนอทรัพยากรในแหล่งที่พิพิธภัณฑ์นั้นตั้งอยู่ เมื่อเราอยู่ในภาคอีสาน และเมื่อพูดถึงเรื่องของโลกก็ต้องก้าวเข้าสู่โลกของอีสาน จะเป็นการก่อกำเนิดแผ่นดินอีสานหรือที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมไปจนถึงสิ่งที่ค้นพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สิ่งมีชีวิตที่สำคัญก็คือไดโนเสาร์ ที่ค้นพบซากฟอสซิลหลากหลายพันธุ์หลากหลายชนิดด้วยกัน ดังนั้นในส่วนของพิพิธภัณฑ์ในส่วนถัดไปจะเป็นส่วนของไดโนเสาร์ มี  ๓ พันธุ์ ที่จำลองมาจัดแสดงเป็นชนิดที่ค้นพบที่จังหวัดขอนแก่น ถัดจากนั้นไปจะเป็นเรื่องของทรัพยากรกายภาพ คือ ดิน หิน แร่ ที่พบในภาคอีสาน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีอยู่ เช่น เรื่องของการทำเหมืองก๊าซธรรมชาติ เหมืองเกลือ เป็นตัวอย่าง หลังจากนั้นไปในพิพิธภัณฑ์จะประกอบไปด้วยส่วนที่เรียกว่าสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว ให้เห็นว่าทรัพยากรทุกอย่างจะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า ระบบนิเวศ จะไล่เรียงว่าความสัมพันธ์ทั้งหมดในระบบนิเวศเป็นอย่างไร และเราจะมามุ่งเน้นในระบบนิเวศที่ปรากฏในภาคอีสาน โดยเริ่มจากพื้นที่ลุ่มสุดหรือต่ำสุดเราเรียกว่าป่าบุ่งป่าทาม ไล่เรียงขึ้นไปจนกระทั่งถึงป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ถึงป่าสนเขา ตามความสูงของระดับน้ำทะเลปานกลาง เราไม่ได้เรียนรู้หรือแค่จำลองป่าเหล่านั้นมาให้ชมเฉยๆ แต่มีบางแห่งที่เราสามารถพูดไปถึงการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศนั้นๆ เช่น ป่าบุ่งป่าทาม คนอีสานจะใช้เป็นแหล่งในการดำรงชีวิตอยู่ ในการหาปลา หากบเขียด หรือพืชน้ำหลายอย่างที่อยู่บริเวณรอบๆ แหล่งน้ำนั้น มาประกอบอาหาร จะมีการจำลองตัวอย่างของอาหารอีสานที่ได้มาจากป่าบุ่งป่าทาม จัดแสดงให้ดูด้วย”  

ผศ.ดร.เพ็ญประภา กล่าวต่อไปว่า “จากนั้นจะขึ้นไปถึงเรื่องปริศนาของชีวิต มีผังแสดงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต การจัดจำแนกกลุ่มของสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ มีการนำเสนอประโยชน์ของแบคทีเรียซึ่งปกติมนุษย์เราจะมองว่ามีแต่โทษ ในความเป็นจริงในมุมที่เป็นประโยชน์ของแบคทีเรียก็มีเหมือนกัน  มีการจัดแสดงในส่วนของสิ่งมีชีวิต เช่น มีการจำลองรังของนกเหยี่ยว ที่อยู่บนที่สูง เรื่องของนกในมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่ามีอะไรบ้าง มหาวิทยาลัยของเรามีเนื้อที่ 5,000 ไร่ จากรายงานของนักวิจัยพบว่ามีนกกว่า 200 ชนิด และมีหลายชนิดเป็นนกกลางคืนซึ่งเราไม่คิดว่าจะมีอยู่อีกแล้ว แล้วยังมีส่วนที่เป็นการจำลองของสัตว์ป่า ที่สำคัญเรามีจำลองนกกระเรียนพันธุ์ไทยซึ่งปัจจุบันสูญพันธุ์จากธรรมชาติของประเทศไทยไปแล้ว จะเห็นว่าเป็นนกที่มีขนาดใหญ่มากทำให้เขาสูญพันธุ์ได้ง่ายและเร็ว นอกจากเราจะได้รู้จักสิ่งมีชีวิตแล้ว สิ่งหนึ่งที่อยากนำเสนอในพิพิธภัณฑ์ สิ่งนั้นเราเรียกว่าสถาปัตยกรรมธรรมชาติ คือ รู รัง โพรง ของสัตว์ต่างๆ เช่นจำลองรูของหนู แย้ มีแบบที่แสดงว่าในรังมดแดงจะมีการจัดแบ่งห้องในการดำรงชีวิตในรังนั้นอย่างไร ซึ่งปกติเราจะไม่เคยเห็น รวมถึงมีการผ่ารังของปลวกให้ดูด้วยว่าในโพรงปลวกจะมีอะไรบ้าง เพราะนอกจากปลวกแล้วยังมีรา มีเห็ดอาศัยอยู่ร่วมกันในจอมปลวกได้อย่างไร”  

“ในส่วนของที่เป็นนิทรรศการถาวร จะมีส่วนที่จัดแสดงให้เห็นว่าเราเป็นหนึ่งในหน่วยของทรัพยากรบนโลกนี้เท่านั้น  ทำอย่างไรมนุษย์เราซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งนั้นจะอยู่ร่วมกับทรัพยากรอื่นๆ บนโลกเราได้อย่างยั่งยืนและสมดุล  ซึ่งจะเป็นเรื่องของมนุษย์ที่จะต้องหันกลับมามองแล้วว่า ทำอย่างไรเราจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล ซึ่งส่วนนี้จะแสดงถึงการอาศัยหลักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ซึ่งเหมาะสำหรับคนไทยเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้ประโยชน์ รวมไปถึงเรื่องของพลังงาน ปัจจุบันมนุษย์เราใช้พลังงานกันมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทางด้านการคมนาคม ซึ่งปัจจุบันเราหันมามุ่งพัฒนาการใช้พลังงานที่สะอาดมากขึ้น เช่น พลังงานไฮโดรเจน พลังงานไฮบริด หรือพลังงานไฟฟ้า และอีกส่วนหนึ่งคือเราพยายามจะบอกว่า จริงๆ แล้วพลังงานแทนที่จะเป็นเชื้อเพลิงจากฟอสซิลอย่างเดียว เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ เรายังมีพลังงานอื่นๆ เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานทางเลือกที่มนุษย์เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้”  

ผศ.ดร.เพ็ญประภา  กล่าวในที่สุดว่า “ทั้งหมดนี้ร้อยเรียงขึ้นมาเป็นเรื่องราว ที่ปรากฏในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งนี้ จะเห็นว่าทุกส่วนล้วนเป็นเนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวพันกับชีวิตไม่ทางตรงก็ทางอ้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นประโยชน์กับนักเรียนนักศึกษาในการที่จะเข้ามาเรียนรู้และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่นอกเวลาเรียนของนักเรียน ที่สามารถเข้ามาหาความรู้ได้ เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ของเรามีส่วนที่หมุนเวียนด้วย เช่น ปัจจุบันมีส่วนนิทรรศการของ อพวช. มาจัดแสดงด้วย ซึ่งตรงนี้จะมีการปรับเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน ดังนั้นแน่ใจได้เลยว่า เมื่อท่านมาแต่ละครั้ง  ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงนำความรู้ใหม่ๆ มา และยังมีส่วนที่เป็นงานวิจัยของคณาจารย์มาหมุนเวียน เชื่อมั่นว่านักเรียนนักศึกษาที่เข้ามาแต่ละครั้ง ก็จะได้ความรู้ที่ใหม่ทันสมัยตลอดเวลาเพื่อพัฒนาตนเอง และสำหรับประชาชนทั่วไปตรงนี้นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้แล้ว ยังเป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่พักผ่อนหย่อนใจได้ด้วย”  ผศ.ดร.เพ็ญประภา เพชระบูรณิน กล่าวทิ้งท้าย

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Natural History Museum Khon Kaen University) ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ประกอบไปด้วย ห้องจัดแสดงระบบสุริยะจักวาล กำเนิดโลก, ห้องจัดแสดงวิวัฒนาการของภาคอีสาน, ห้องจัดแสดงระบบนิเวศน์ป่าประเภทต่างๆ ในภาคอีสาน ความหลากหลายทางชีวภาพเริ่มตั้งแต่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นไปจนถึงสิ่งมีชีวิตใหญ่ๆ ห้องจัดแสดงสัตว์สต๊าฟต่างๆ ที่เริ่มจากนก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม สถาปัตยกรรมธรรมชาติพวกรู รัง โพรง และห้องจัดแสดงมนุษย์กับธรรมชาติ มนุษย์จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างไรให้สมดุล การนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทน

นอกจากนี้ชั้นสองยังมีห้องปฏิบัติการชีววิทยาน้อย ห้องปฏิบัติการลายพิมพ์ดีเอ็นเอ และนิทรรศการหมุนเวียนจากหน่วยงานต่างๆ โดยจะมีมัคคุเทศน์ ซึ่งเป็นนักศึกษาฯ ที่ผ่านการอบรมด้วยจิตอาสา คอยให้ความรู้และข้อมูลแก่ผู้ที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯอีกด้วย

“พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ “บึงศรีฐาน” ภายในพื้นที่ของ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดทำการเวลา 10.00-20.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ ค่าเข้าชม เด็กเล็ก 10 บาท, นักเรียน/นักศึกษา 20 บาท, ผู้ใหญ่ 40 บาท โทร. 043 009700 ต่อ 45596 https://rspg.kku.ac.th เฟซบุ๊คเพจ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มข. หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. สำนักงานขอนแก่น โทร. 0 4322 7714-6 E-mail : tatkhkn@tat.or.th  www.tourismthailand.org

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*