กิจกรรมส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวภูมิภาคภาคกลาง คาราวานขับรถพิชิต 17 จังหวัดภาคกลาง (2)

กิจกรรมส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวภูมิภาคภาคกลาง คาราวานขับรถพิชิต 17 จังหวัดภาคกลาง (2) รูปแบบ Media/Agent FAM Trip โดยมีวัตถุประสงค​์เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วง Green Season (เดือนกันยายน-ตุลาคม 2560) ตามแผนการตลาดท่องเที่ยว ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ประจำปี 2561 และเพื่อเป็นการเผยแพร่ประสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ในพื้นที่ภาคกลาง ที่จะเสนอขายโปรแกรมท่องเที่ยวในปี 2561 ร่วมเดินทางเส้นทางตามรอยพระบาทตามศาสตร์พระราชา และ 12 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของภาคกลาง

นม เป็นอาหารหลักที่สำคัญสำหรับเด็กๆ ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตแข็งแรง ซึ่งนอกจากนมแม่ที่มีประโยชน์มากแล้ว ยังมีนมอีกชนิดหนึ่งที่มนุษย์สามารถดื่มได้และมีสารอาหารที่เทียบเท่าได้จากนมแม่ได้เลยทีเดียว ซึ่งนั้นก็คือนมวัวนั่นเอง ไม่เพียงแต่เด็กๆ เท่านั้น คนทุกเพศทุกวัยยังสามารถดื่มนมวัวได้เพื่อเสริมแคลเซียมและความแข็งแรงให้กับร่างกายอีกด้วย นมที่เป็นที่รู้จักและอยู่คู่คนไทยมาช้านานก็คือนมไทย-เดนมาร์ค หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า นมวัวแดง นั่นเอง

ซึ่งนมวัวแดงนี้มีประวัติมาช้านาน สืบเนื่องมาจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และพระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสประเทศเดนมาร์กในปี พ.ศ.2503 และทรงสนใจกิจการโคนมของที่นั่น ต่อมารัฐบาลเดนมาร์กจึงได้ตกลงทำสัญญาโครงการโคนมระหว่างไทยกับเดนมาร์กในประเทศไทย และมีการจัดตั้งฟาร์มโคนมที่ชื่อว่า ไทย-เดนมาร์ก ขึ้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ในปี พ.ศ.2505 ช่วงแรกนั้นยอดขายยังไม่ดีเท่าไรนักเพราะคนไทยไม่นิยมดื่มนม แต่หลังจากนั้นมาจึงมีการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้คนไทยรู้ถึงประโยชน์ของการดื่มนมมากขึ้น จากนั้นยอดขายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันนมวัวแดงหรือนมไทย-เดนมาร์กนี้ ก็ครองส่วนแบ่งการตลาดในส่วนของนมยูเอชทีเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยอีกด้วย

จุดเด่นของนมไทย-เดนมาร์ก คือ เป็นนมที่ผลิตเองโดยเกษตรกรไทย ผลิตโดยนมวัว 100% โดยไม่มีนมผงผสมอยู่เลย และสาเหตุที่คนไทยเรียกติดปากว่านมวัวแดง ก็เนื่องมาจากสัญลักษณ์ที่เป็นโลโก้หน้ากล่องเป็นรูปวัวสีแดงสองตัวนั่นเอง ปัจจุบันนั้นนมไทย-เดนมาร์กยังคงผลิตและจำหน่ายออกสู่ท้องตลาด โดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และเนื่องจากภาวะคู่แข่งทางการตลาดที่มีมากขึ้น ทำให้นมไทย-เดนมาร์กมีการพัฒนาสินค้าให้หลากหลายมากขึ้น นอกจากนมยูเอชทีที่มีอยู่ดั้งเดิม ก็ยังมีโยเกิร์ตพร้อมดื่มยูเอชที นมพาสเจอร์ไรส์ น้ำนมอินทรีย์ ไอศกรีม โยเกิร์ต และน้ำดื่ม ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี เพราะความเชื่อมั่นในคุณภาพของไทย-เดนมาร์กที่อยู่คู่ไทยมาช้านานนั่นเอง

นอกจากผลิตภัณฑ์จากนมโคแล้ว ไทย-เดนมาร์กยังมีการส่งเสริมให้ฟาร์มโคนมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย โดยในฟาร์มได้จัดกิจกรรมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเอาไว้มากมาย เช่น ชมขั้นตอนและวิธีการเลี้ยงและรีดนมวัวพร้อมทั้งฝึกทำด้วยตนเอง ชมขั้นตอนการผลิต ชมทุ่งหญ้าและสวนสัตว์ เป็นต้น และยังมีกิจกรรมอีกหลากหลายภายใต้บรรยากาศแบบธรรมชาติและอากาศดีๆ รับรองได้ว่าประทับใจผู้ไปเยือนแน่นอน

กิจกรรมชมฟาร์ม ไทย-เดนมาร์ค นั่งรถชมวิวทิวทัศน์ สูดอากาศบริสุทธิ์ และพบกับประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมทั้งได้เรียนรู้ในเรื่อง “อาชีพพระราชทานการเลี้ยงโคนม” ไปกับกิจกรรมท่องเที่ยวชมฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค

สถานีที่ 1 เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักพืชพันธุ์สมุนไพรไทย และชมการสาธิตการทำปุ๋ยนม, สถานีที่ 2 สวนสัตว์ไทย-เดนมาร์ค เพลิดเพลินกับสัตว์น้อยน่ารัก พี่นกกระจอกเทศ พี่อูฐ และน้องกวาง พร้อมป้อนหญ้าให้กับพวกเขากันด้วย, สถานีที่ 3 ชมวีดีทัศน์ เพิ่มความรู้ด้านข้อมูล เพื่อการร่วมกิจกรรมชมฟาร์มอย่างมีความสุข, สถานีที่ 4 รีดนมโค ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สามารถทำได้จริงทุกเพศทุกวัย กับเจ้าหน้าที่ที่มีความเชียวชาญระดับสูง, สถานีที่ 5 ป้อนนมลูกโค พบกับความน่ารักน่าชังของลูกโคตัวน้อยๆ ที่คอยต้อนรับและดีใจเมื่อนักท่องเที่ยวมาถึง, สถานีที่ 6 การแสดงม้า กิจกรรมตื่นเต้นเร้าใจ กับการแสดงของคาวบอย และมาพบกับความน่ารักของม้าแคระเต้นลีลาศ

เปิดเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. การเข้าชมฟาร์ม วันจันทร์-วันศุกร์ มี 3 รอบ วันเสาร์-วันอาทิตย์ มี 4 รอบ จำนวนไม่เกิน 80 คน/รอบ อัตราค่าเข้าชม เด็ก 50 บาท นักศึกษา 80 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ +66 3634 1013, +66 3634 5187 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.thaidanskmilk.com 

ติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร อ.ส.ค. ได้ที่ฝ่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตร องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย 160 หมู่ 1 ต.มิตรภาพ อ.มิตรภาพ จ.สระบุรี 18180 โทร. 036-344926 http://www.dpo.go.th/?page_id=3855 และ http://www.facebook.com/Farmkonom

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*