การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก เชิญชวนสื่อมวลชน เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว (6)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก เชิญชวนสื่อมวลชน เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว (6), จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก เพื่อเป็นการทัศนศึกษาเส้นทางไหว้พระสะสมบุญ โดย รองผอ. ประวัติ มุ่งเจริญรัตน์ เป็นผู้ให้การต้อนรับและนำชม

วัดเขาคอก อ.บ้านนา จ.นครนายก ตั้งขึ้นเมื่อปี 2477 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระภิกษุสงฆ์ 15 รูป สามเณร 5 รูป ปัจจุบันมีพระครูวิบูลย์วุฒิกิจ เป็นเจ้าอาวาส

ในอดีต หลวงปู่สนธ์ท่านพระอาจารย์วิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาที่เป็นป่าดงดิบในภาคอีสานในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และท่านได้เดินธุดงค์มาปักกรดอยู่กับพระอาจารย์ลี ที่ชายป่าเขตนครนายก เมื่อหลวงปู่สนธ์กับพระอาจารย์ลีนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานอยู่ ปรากฎว่ามีเสือโคร่งตัวใหญ่เดินเข้ามาที่กรดของท่านวนสามรอบ หลวงปู่สนธ์ตกใจมาก แต่พระอาจารย์ลีบอกให้สงบนิ่งแล้วแผ่เมตตาไปและเสือตัวนั้นก็เดินเข้าป่าไป ต่อมาพระอาจารย์ลีได้ชวนให้หลวงปู่สนธ์ไปปักกรด ที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ เนื่องจากหลวงปู่สนธ์กับพระอาจารย์ลีเป็นพระสหธรรมร่วมกัน เดินธุดงค์แล้วนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานกันมา หลวงปู่สนธ์ท่านบอกว่าชอบพื้นที่บริเวณนี้ท่านขอไม่ไปวัดอโศการาม และต่อมามีชาวบ้านได้ออกมาหาของป่าก็พบเห็นว่าพระภิกษุปักกรดในป่า จะมีข้าวหรืออาหารอะไรฉัน ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงปู่สนธ์เดินทางไปรับบาตรภายในหมู่บ้าน แล้วหลวงปู่สนธ์ได้เดินทางไปจำพรรษาอยู่ในถ้ำพุทธฉาย (ปัจจุบันคือโรงเรียน จปร.) ต่อมาหลวงปู่สนธ์ได้มาสร้างวัดเล็กๆ ขึ้นมาคือวัดเขาคอก แต่เมื่อหลวงปู่สนธ์ออกมาจากถ้ำพุทธฉายแล้วเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น หินถล่มลงมาปิดปากถ้ำ และชาวบ้านเชื่อกันว่าภายในถ้ำพุทธฉายคงมีทรัพย์สินของทหารญี่ปุ่นซ่อนอยู่ในถ้ำ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ต่อมาหลวงปู่สนธ์ก็มรณภาพลงในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2532 ด้วยอายุ 97 ปี แต่สังขารไม่เน่าและแข็งจะกลายเป็นหิน แต่พระอาจารย์ณรงค์ท่านบอกว่าหลวงปู่สนธ์เคยบอกว่า เรายังไม่ตายเพียงแต่สังขารเสื่อมไปก่อน ดังนั้นทางวัดเขาคอกจึงพบเห็นงูเห่าตัวใหญ่มากในวันที่ 24 มีนาคม 2547 งูเห่าเข้ามาที่กุฏิแล้วเคาะกระจก มีพระอาจารย์ณรงค์รวมถึงพระสงฆ์และสามเณรและญาติโยมที่มาทำบุญเห็นงูเห่ากันทั่วก็ตกใจ แต่งูเห่าตัวนั้นไม่ทำร้ายใคร แล้วก็เข้าป่าไป เป็นเหตุการที่เกิดขึ้นสองครั้ง พระอาจารย์ณรงค์เชื่อว่าหลวงปู่สนธ์ท่านเดินทางมาในร่างกายของงูเห่า มาเยี่ยมชมภายในวัดเขาคอก นี่คือความเชื่อของวัด

วัดเขาคอกเป็นวัดที่น่าเดินทางไปศึกษาความเป็นมาของการจัดสร้างโบสถ์ ซึ่งพระอาจารย์ณรงค์ ท่านได้เดินทางไปประเทศอินเดีย แล้วพบสถูปเจดีย์ของพระพุทธเจ้า และสัญญลักษณ์ของพระเจ้าอโศกมหาราช คือสิงห์โต เมื่อพบแล้วพระอาจารย์ณรงค์ท่านได้จำแบบมา เมื่อเดินทางกลับมาก็ได้มาสร้างเป็นโบสถ์ขึ้นบริเวณวัดเขาคอก จุดเด่นที่โบสถ์สีม่วงอ่อนอยู่บนเนินเขา เป็นโบสถ์ทรงกลมฐานล้อมด้วยกลีบบัว 2 ชั้น มีบันไดทางขึ้น 2 ด้าน ขั้นบันไดมีเสาหงส์ตั้งสูงเรียงเป็นแถว เป็นเรื่องราวของศิลปะบวกความเชื่อทางพระพุทธศาสนา และพระเจ้าอโศกมหาราชผู้เผยแพร่ศาสนาพุทธเข้ามาในสุวรรณภูมิ

รวมทั้งกราบบูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในโบสถ์ พระพุทธสิริโชติอาภา ซึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ทรงเป็นประธานเททองทำพิธีหล่อ ซึ่ง คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยามหิดล ร่วมกับทางวัดจัดสร้างขึ้น เป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ขนาดหน้าตัก 37 นิ้ว พระพักตร์มีรูปแบบตามอย่างพระพุทธเมตตา พุทธคยา ประเทศอินเดีย

โดยอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน  ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานชื่อ “พระพุทธสิริโชติอาภา”

การเดินทางไปวัดเขาคอกไปแยกโรงเรียนนายร้อย จปร. ตรงไปถึงป้อมยามเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 2 กม. ถึงวัดเขาคอก หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานนครนายก (นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว) โทร. 0 3731 2282, 0 3731 2284

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*