โตโยต้า พาเที่ยว ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu / Meiji Shrine)

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เชิญกลุ่มผู้สื่อข่าวเข้าเยี่ยมชมงาน โตเกียว มอเตอร์ โชว์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2560 ณ โตเกียว บิ๊ก ไซต์ Tokyo Big Sight กรุงโตเกียว พร้อมทั้งเยี่ยมชมสถานที่น่าสนใจต่างๆ

ทุกช่วงรอยต่อของปีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากนิยมที่จะไปขอพรกันที่วัดหรือศาลเจ้า ซึ่งถือเป็นความเชื่อว่าจะเป็นนิมิตหมายแห่งการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดี และสำหรับสถานที่ยอดนิยมที่สุดของโตเกียวและของญี่ปุ่น นั้นก็คือศาลเจ้าเมจินี่เอง ซึ่งจะมีผู้คนจำนวนมากที่ทยอยมาสวดมนต์ขอพรกันตลอดทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu / Meiji Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 7 แสนตารางเมตร  สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์อุทิศถวายแด่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และพระจักรพรรดินีโซเค (Empress Shoken) ภายหลังจากที่ทั้งสองพระองค์นั้นสวรรคต ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1920 โดยการร่วมมือของประชาชนทั่วญี่ปุ่นที่ช่วยกันบริจาคต้นไม้กว่า 100,000 ต้น เพื่อสร้างป่าแห่งนี้ขึ้น เป็นศาสนาเก่าแก่และดั้งเดิมของญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นศาลเจ้าแห่งนี้ถูกทำลายอย่างหนัก ศาลเจ้าปัจจุบันนั้นได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ราวปี ค.ศ.1958 ด้วยงบประมาณที่เกิดจากการระดมทุนสาธารณะอีกครั้งนั่นเอง ทำเลที่ตั้งอยู่ที่ย่านฮาราจูกุ ในเขตชิบูย่า กรุงโตเกียว

ที่ตั้งของศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) เริ่มจากสะพานหิน Jingu Bashi ที่อยู่ตรงแยกใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ JR Harajuku ให้เดินข้ามสะพานนี้ไปอีกฝั่ง จะพบลานกว้างๆ กับทางเข้าที่เป็นเสาไม้ขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า Torii เสาประตูทางเข้าศาลเจ้า ซึ่งถือเป็นเขตแดนระหว่างมนุษย์และเทพเจ้า จากนั้นต้องเดินเข้าไปด้านในอีกประมาณ 10 นาที จึงจะถึงอาคารหลักของศาลเจ้า (Main Shrine Building) ถ้าทำตามแบบคนญี่ปุ่นเวลาเดินผ่านเสา Torii ก็ต้องโค้งทั้งขาเข้าและขาออก

ทางเดินที่มาบรรจบกันระหว่างไปนมัสการศาลเจ้าของทางเดินฝั่งเหนือและใต้นั้น จะมีสัญลักษณ์ของ โทริอิขนาดใหญ่ มีความสูง 12 เมตร,ความกว้าง 17.1 เมตร, เส้นผ่าศูนย์กลางความใหญ่ของเสา 1.2 เมตร,น้ำหนัก13 ตัน เป็นโทริอิที่ทำจากไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

อันจริงแล้ว เป็นโทริอิต้นที่ 2 เพราะต้นแรกนั้น ในปี 1966 ได้โดนฟ้าผ่าทำให้พังเสียหายไป ดังนั้น คุณคาวาชิมะ ยะสุชิ เจ้าของร้านค้าท่อนไม้ซุงของโตเกียว ได้กล่าวไว้ว่า “ด้วยค้าขายร่ำรวยได้ทุกวันนี้เป็นเพราะเทพเจ้าช่วยเหลือ และด้วยความรู้สึกขอบคุณ อยากช่วยเหลือการบูรณะซ่อมแซมจนสุดกำลัง” คุณคาวะชิมะ นั้นเดินทางไปใต้หวันเพื่อการค้าขายบ่อยครั้ง จนได้เจอต้นฮิโนกิ ขนาดใหญ่มหึมาที่มีอายุกว่า 1500 ปี จากภูเขาทันทาฉาง ที่สูงจากน้ำทะเล 3300 เมตร แต่ไม่มีทางเดินก็สร้างทางเดินที่หน้าผา และได้รับความร่วมมือจากผู้คนท้องถิ่นในการล้มต้นไม้ยักษ์ต้นนี้ ดังนั้นโทริอิจึงก่อสร้างเสร็จสิ้นในปี 1975 ถือเป็นโทริอิอันที่ 2 ในปัจจุบัน

เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับถังสาเกวางเรียงรายและมีลวดลายสวยงาม ลองเทียบกับคนเห็นได้ชัดเลยว่าใหญ่มาก อีกฟากเป็นถังไวน์ ใหญ่อลังไม่แพ้กัน ทั้งสาเกและไวน์นี้มีคนบริจาคให้ศาลเจ้าไว้ใช้สำหรับดื่มเพื่อเป็นศิริมงคลในโอกาสต่างๆ เช่น วันปีใหม่ วันแต่งงาน เป็นต้น

ในยุคปัจจุบันนั้นศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้อันร่มรื่นเขียวครึ้ม ท่ามกลางการโอบล้อมของตึกสูงระฟ้าและเมืองใหญ่อย่างย่านชินจูกุและชิบูย่า มีนักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมเยือนกันตลอดทั้งปีแบบไม่ขาดสาย นอกจากจะเป็นศาลเจ้าที่คนนิยมมาสวดมนต์ขอพรในช่วงปีใหม่แล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่แต่งงานตามแบบประเพณีญี่ปุ่นโบราณที่คู่บ่าวสาวนิยมมาจัดงานกันอีกด้วย ซึ่งเราสามารถเห็นประเพณีเก่าแก่อันทรงคุณค่านี้ได้เสมอๆ ในคราวที่มาเยือนวัดแห่งนี้

ก่อนเดินเข้ามาด้านใน จะเจอกับซุ้ม Temizuya หรือบ่อน้ำสำหรับทำความสะอาด อยู่ด้านซ้าย ให้แวะล้างมือ ล้างปากที่นี่ก่อนเข้าศาลเจ้า โดยมีวิธีการล้าง 1. ใช้มือขวาจับกระบวยแล้วตักน้ำให้เต็ม แล้วเทล้างมือซ้ายก่อน, 2. เปลี่ยนมาใช้มือซ้ายจับกระบวย แล้วตักน้ำเทล้างมือขวา, 3. เปลี่ยนมาใช้มือขวาจับกระบวยอีกครั้ง ตักน้ำ รินน้ำใส่มือซ้าย แล้วนำน้ำจากมือซ้ายมาล้างรอบๆ ปาก, 4. เทน้ำล้างมือซ้ายอีกรอบจนน้ำหมดกระบวย, 5. ตักน้ำใส่กระบวยเพื่อล้างกระบวย โดยปล่อยให้น้ำไหลผ่านที่จับจนหมดกระบวย

นอกจากนี้กิจกรรมที่เป็นที่นิยมทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวก็คือการขอพรบนแผ่นไม้ที่เรียกว่า อิมะ (Ema) ซึ่งจะเป็นแผ่นไม้เล็กๆ (แผ่นละ 500 เยน) ให้เราเขียนขอพรต่างๆ ลงไปในนั้น อธิษฐานเสร็จแล้วก็ให้นำไปแขวนไว้โดยรอบต้นไม้ใหญ่ที่จัดไว้ให้นั่นเอง ซึ่งเราจะเห็นได้ตั้งแต่ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาอังกฤษ, ภาษาเกาหลี, หรือว่าแม้แต่ภาษาไทย

วิธีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า คนญี่ปุ่นมีวิธีการสักการะด้วยการโยนเหรียญลงในกล่องใหญ่ๆ ซึ่งเป็นซี่ไม้ นิยมใช้เหรียญ 5 เยน เพราะเสียงอ่านในภาษาญี่ปุ่นพ้องกับคำว่า ความสุข ความโชคดี จากนั้นให้โค้ง 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ครั้ง แล้วขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และโค้งอีกครั้งเป็นการปิดท้าย

ภายในบริเวณศาลเจ้าเมจิยังมีสวนขนาดใหญ่ให้เที่ยวชม สวนนี้มีชื่อว่า Meiji Shrine Inner Garden  ทางเข้าสวนอยู่ก่อนถึงตัวศาลเจ้าด้านใน มีค่าเข้าชม 500 เยน ภายในสวนมีธรรมชาติและสัตว์ต่างๆ ให้ชม รวมถึงสวนดอกไม้ที่จะสลับกันบานในแต่ละฤดู ไฮไลท์ของสวนนี้คือดอกไอริสซึ่งจะบานในช่วงต้นเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ยังมีเครื่องราง (Omamori) จำหน่าย ซึ่งสามารถเลือกชนิดของเครื่องรางได้ตามจุดประสงค์ที่ต้องการ แต่คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า เมื่อครบรอบปี จะต้องเอาเครื่องรางนั้นๆ กลับมาคืนที่ศาลเจ้า แม้จะไม่ได้คืนที่ศาลเจ้าที่ได้มา นำไปคืนที่ศาลเจ้าแห่งใดก็ได้ เรียกว่า เครื่องราง มีอายุจำกัดเพียง 1 ปี

ที่ตั้ง : ย่านฮาราจูกุ, เขตชิบูย่า, โตเกียว เปิด-ปิด : ทุกวัน 05.00-18.00 น. (เวลาโดยเฉลี่ย / โปรดเช็คเวลาที่แน่นอนของแต่ละเดือนอีกครั้งหนึ่ง) / สำหรับวันที่ 31 ธ.ค. ของทุกปี เปิดตลอด 24 ชม.

ติดต่อ/ข้อมูล : www.meijijingu.or.jp/english

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*