พิธีเปิดงานมหกรรมทางเรือนานาชาติอย่างเป็นทางการ ผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียนและนานาชาติร่วมงานคับคั่ง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการเปิดงานมหกรรมทางเรือนานาชาติเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งอาเซียน อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียนและผู้แทนระดับสูงของกองทัพเรืออาเซียนและกองทัพเรือนานาชาติกว่า 39 ประเทศเข้าร่วมงาน

ก่อนเข้าสู่กิจกรรมสำคัญของมหกรรมทางเรือนานาชาติ อาทิ การประชุมผู้บัญชาการทหารเรือเซียนครั้งที่ 11 การสวนสนามทางเรือนานาชาติ การจัดฝึกผสมพหุภาคีกองทัพเรืออาเซียนครั้งแรกของอาเซียน ขบวนพาเหรดทางบก โดยกำลังพลทหารเรือนานาชาติ ร่วมกับขบวนแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองพัทยา ตอกย้ำความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพในการจัดงานระดับโลกครั้งนี้
พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในระหว่างเปิดงานว่า ขอขอบคุณผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียนที่มอบความไว้วางใจให้กองทัพเรือไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมที่สำคัญในงานมหกรรมทางเรือนานาชาติอาเซียน เป็นโอกาสอันดีที่กองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนจะได้แสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและเสถียรภาพด้านความมั่นคงทางทะเลให้เกิดขึ้นในภูมิภาค และพร้อมที่จะเผชิญกับภัยคุกคามและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคร่วมกันเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งอาเซียน  การประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียนครั้งที่ 11 และการฝึกผสมแบบพหุภาคีกองทัพเรืออาเซียนครั้งที่ 1 ขอขอบคุณผู้บัญชาการทหารเรือนอกอาเซียน ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยานในวาระที่สำคัญนี้ และขอยืนยันในเจตนารมย์ ในความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียนว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับประเทศและภูมิภาคอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

สำหรับความเป็นมาในการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมทางเรือนานาชาติของประเทศไทยในครั้งนี้ เริ่มมาจากมติที่ประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ครั้งที่ 8 ซึ่งจัดการประชุมระหว่าง 26-28 สิงหาคม 2557 มีมติให้กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพในการจัดงานสวนสนามทางเรือนานาชาติในโอกาสครบรอบ 50 ปีอาเซียน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 28 กรกฎาคม 2558 ให้ความเห็นชอบการจัดกิจกรรมดังกล่าว และกำหนดให้เป็นกิจกรรมหลักระดับประเทศ เพื่อให้การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีความสมเกียรติ เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นกิจกรรมยิ่งใหญ่ระดับโลก กองทัพเรือจึงได้รวมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องหลายกิจกรรมมาจัดในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือระหว่างวันจันทร์ที่ 13 ถึงวันพุธที่ 22 พฤศจิกายน 2560 รวมเวลาทั้งสิ้น 10 วัน ณ พื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดใกล้เคียง และพื้นที่อ่าวไทยตอนบน รวมเรียกว่า “มหกรรมทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งอาเซียน” โดยกองทัพเรือได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสนับสนุนการจัดงานร่วมจัดกิจกรรมสมทบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งเป็นการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ส่วนกองทัพเรือรับผิดชอบจัดกิจกรรมทางทะเลซึ่งเป็นกิจกรรมหลักเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งอาเซียน รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพเรืออาเซียน และกองทัพเรือนอกอาเซียน

การจัดงานมหกรรมทางเรือนานาชาติเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งอาเซียน เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในประเทศผู้นำในกลุ่มอาเซียน และการยอมรับและไว้วางใจจากกลุ่มสมาชิกประเทศอาเซียนด้วยกัน นอกจากเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ซึ่งในอนาคตจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย ทั้งในส่วนภูมิภาคและมหภาค รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพเรืออาเซียน และกองทัพเรือนอกอาเซียน อันเป็นการส่งเสริมให้เกิดเสริมสร้างความร่วมมือและเสถียรภาพด้านความมั่นคงทางทะเลให้เกิดขึ้นในภูมิภาค และพร้อมที่จะเผชิญกับภัยคุกคามและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

การสวนสนามทางเรือนานาชาติ (The 50th Anniversary of ASEAN International Fleet Review 2017 : ASEAN IFR 2017) กองทัพเรือเชิญกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนและนอกอาเซียนจัดเรือรบที่ทันสมัยและมีสมรรถนะสูงเข้ามาร่วมสวนสนามทางเรือนานาชาติ จำนวน 25 ลำ รวมทั้งเรือรบไทย รวมทั้งหมด 38 ลำ โดยเรือรบนานาชาติที่มาร่วม ดังนี้ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา รัสเซีย เกาหลี จีน กัมพูชา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม บังคลาเทศ ญี่ปุ่น ศรีลังกา ปากีสถาน  และอินเดีย

โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือและผู้แทนระดับสูงของกองทัพเรืออาเซียนและกองทัพเรือนานาชาติกว่า 39 ประเทศเข้าร่วมงาน ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา เยอรมัน ญี่ปุ่น คูเวต มาเลเซีย มัลดีฟส์ เมียนมา เปรู ฟิลิปปินส์ ซาอุดิอาระเบีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สเปน ศรีลังกา ติมอร์-เลสเต เวียดนาม บาห์เรน บังกลาเทศ บราซิล แคนาดา ชิลี จีน ฝรั่งเศส อินเดีย อิตาลี อิสราเอล อินโดนีเซีย ลาว มอริเชียส นิวซีแลนด์ โอมาน ปากีสถาน รัสเซีย สวีเดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*