AAV ประกาศผลประกอบการตลอดปี 2560 รายได้รวม 35,931.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,477.5 ล้านบาท

ชูไตรมาส 4 เติบโตสูงมากกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ถือหุ้นใหญ่ บจ. ไทยแอร์เอเชีย (TAA) ประกาศผลประกอบการของบริษัท ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากภาพรวมของการท่องเที่ยวและผู้โดยสารจีน ที่กลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างคึกคักเมื่อเที่ยบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไตรมาสที่ 4 ปี 2560 AAV มีรายได้รวมอยู่ที่ 9,711.2 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 475.6 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 5.34 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 22% ซึ่งสูงกว่าปริมาณที่นั่งที่เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) อยู่ที่ 88%

ทั้งนี้เมื่อสรุปรวมตลอดปี 2560 ทำให้ AAV มีผลประกอบการที่น่าพอใจ รายได้รวมอยู่ที่ 35,931.6 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 1,477.5 ล้านบาท โดยมีจำนวนผู้โดยสารตลอดปีอยู่ที่ 19.82 ล้านคน และอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 87% ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 3 จุด โดยตลอดปีมีการรับเครื่องบินใหม่รวม 5 ลำ ทำให้มีเครื่องบิน ณ สิ้นปีรวม 56 ลำ

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) และสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า แม้ปี 2560 ราคาน้ำมันในตลาดโลกโดยเฉลี่ยจะสูงขึ้น แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ TAA ยังเติบโตและสร้างผลกำไรได้ต่อเนื่องติดต่อกัน โดยปี 2560 TAA ได้เปิดเส้นทางบินใหม่รวม 16 เส้นทาง เน้นการเปิดเส้นทางบินข้ามภาคและเมืองรอง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐและการท่องเที่ยวภาพรวม อย่างไรก็ตามสำหรับ TAA ในไตรมาสที่ 4 ปี 2560 นี้ สามารถทำรายได้รวม 9,711.2 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 869.7 ล้านบาท ซึ่งทำให้ตลอดปี TAA มีรายได้รวมอยู่ที่ 35,931.6 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 2,687.8 ล้านบาท

“ปี 2560 ยังถือเป็นปีที่ TAA ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้บริการด้วยเครื่องรับฝากสัมภาระลงใต้ท้องเครื่องอัตโนมัติ ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งการสื่อสารแบรนด์ในแนวคิด บินคุ้ม คุณภาพครบ เพื่อยืนยันในคุณภาพบริการมาตรฐานสากล โดยปีนี้แอร์เอเชียยังรักษาแชมป์การเป็นสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก เป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน จากสกายแทรกซ์ ซึ่งน่าภูมิใจอย่างยิ่ง” นายธรรศพลฐ์กล่าว

สำหรับปี 2561 TAA วางเป้าหมายรับเครื่องบินรุ่นแอร์บัส A320 เข้าประจำการฝูงบินอีก 7 ลำ รวมเป็น 63 ลำ ณ สิ้นปี โดยวางกลยุทธ์การเติบโตระยะสั้นที่ตลาดอินเดียและอาเซียน พร้อมรักษาฐานลูกค้าในตลาดจีน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อเสถียรภาพทางรายได้ที่มั่นคง โดยมั่นใจมีอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารแข็งแกร่งอยู่ที่ 87% ด้วยจำนวนผู้โดยสารที่ 23.2 ล้านคน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*