กิจกรรม “มหกรรมคาราวานท่องเที่ยวอีสานแซ่บนัว” ครั้งยิ่งใหญ่ 7 เส้นทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์ภาคอีสาน (4)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมมือกับ 6 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว คือ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย สธทท., สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย สนท., สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สทน., สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย สทอ. และ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ATTA

ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “มหกรรมคาราวานท่องเที่ยวอีสานแซ่บนัว” ในรูปแบบขบวนคาราวานรถบัสจำนวนกว่า 30 คัน รวม 7 เส้นทางครอบคลุมเมืองหลักและเมืองรอง เกือบ 20 จังหวัดในภาคอีสาน

kubrottiew.com นำเสนอในเส้นทางอีสานใต้ โดยแหล่งท่องเที่ยวแห่งที่ห้า คือ วัดพระพุทธบาทยโสธร

วัดพระพุทธบาท ยโสธร ตั้งอยู่ที่ บ้านหนอกยาง ต.หัวเมือง อ.มหาชัย จ.ยโสธร โบราณสถานสำคัญที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งอยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำชีทัศนียภาพสวยงามสงบร่มเย็น วัดพระพุทธบาทยโสธรแห่งนี้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท นับเป็นโบราณสถานอันล้ำค่าของจังหวัด ภายในวัด โดดเด่นด้วยพระอุโบสถสีขาวหลังคาสีน้ำเงิน มีความงดงามตามแบบศิลปะประยุกต์ ทั้งการออกแบบรั้วและระเบียงที่มีลวดลายปูนปั้นที่ดูแปลกตา ภายในประดิษฐานพระประธานที่เจียระไน จากหยกขาวขนาดหน้าตัก กว้าง 2.31เมตร สูง 3.7 เมตร ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปหยกขาวใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 

ภายในวัดมีพระเจดีย์ทรง 8 เหลี่ยม ชื่อว่า เจดีย์มหาชัยชนะ เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกมี การจัดแสดงเกี่ยวกับศิลปหัตถกรรมเครื่องมือเครื่องใช้ของชาวอีสานครั้งอดีต และเป็นห้องสมุดสำหรับค้นคว้าพระธรรมวินัย พระไตรปิฎก ชั้นที่ 2 จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนบูรพาจารย์ จำนวน 8 องค์ ส่วนชั้นสุดท้ายได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ถัดจากเจดีย์มหาชัยชนะ คือ อาคารที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท บริเวณเดียวกันนี้ยังมีโบราณวัตถุอีกชิ้นหนึ่ง ได้แก่ พระพุทธรูป ปางนาคปรก (ศิลาแลง) 1 องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง 1 ศอก และหลักศิลาจารึกทำด้วยศิลาแลง 1 หลัก สูง 1 เมตร กว้าง 50 เซ็นติเมตร ข้อความบนศิลาจารึกที่เป็นอักขระขอมผสมบาลีนั้น มี สภาพลบเลือนจนไม่สามารถอ่านได้อย่างสมบูรณ์ แต่พอจะถอดความได้ว่าโบราณวัตถุทั้ง 3 นี้ พระมหาอุตตปัญญา และสิทธิวิหาริก (ผู้ศรัทธาหรือลูกศิษย์) นำมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อพ.ศ.1378

นอกจากนั้นก็เขียนบอกคำนมัสการพระพุทธบาทไว้ บางตัวเลือนลางมาก ในระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี จะมีประชาชนจากอำเภอและตำบลใกล้เคียงไปนมัสการเป็นจำนวนมาก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โทร. 02 250 5500 ต่อ 1365-9 www.เที่ยวอีสาน.com, ททท. สำนักงานอุบลราชธานี โทร. 045 243 770

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*