กิจกรรม “มหกรรมคาราวานท่องเที่ยวอีสานแซ่บนัว” ครั้งยิ่งใหญ่ 7 เส้นทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์ภาคอีสาน (8)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมมือกับ 6 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว คือ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย สธทท., สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย สนท., สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สทน., สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย สทอ. และ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ATTA

ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “มหกรรมคาราวานท่องเที่ยวอีสานแซ่บนัว” ในรูปแบบขบวนคาราวานรถบัสจำนวนกว่า 30 คัน รวม 7 เส้นทางครอบคลุมเมืองหลักและเมืองรอง เกือบ 20 จังหวัดในภาคอีสาน

 

kubrottiew.com นำเสนอในเส้นทางอีสานใต้ โดยแหล่งท่องเที่ยวแห่งที่แปด วัดทุ่งเศรษฐี

เป็นวัดที่สร้างอยู่บนความเชื่อว่าเป็นประตูหรือตัวเชื่อมระหว่างสามโลกคือโลกบาดาล โลกมนุษย์ และสวรรค์ กับศิลปะร่วมสมัยต่างๆที่แฝงไปด้วยปริศนาธรรมทั้งในตัววิหารหลัก ซึ่งจะไดพบรูปปั้นท้าวจตุโลกบาลในรูปแบบที่ไม่เคยเจอที่อื่น สวนองค์ปฐมซึ่งแฝงคติธรรมเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสารและเมืองนรกแสดงโทษของผู้ที่ผิดศีลห้า เป็นอีกที่ๆน่าไปดูไปศึกษาและพักผ่อน ทำบุญ

วัดทุ่งเศรษฐี มีองค์เจดีย์ที่ชื่อว่า “มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ” (มหารัตนะ) ออกแบบอย่างผสมผสาน ทั้งด้านความเชื่อในสิ่งที่เป็นสิริมงคลและความสวยงามที่ลงตัว และที่สำคัญงดงามมาก วัดตั้งอยู่แถวถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่น ถ้ามาจากทางบ้านไผ่ถนนมิตรภาพ ให้ขึ้นทางเลี่ยงเมืองที่บอกว่ามาจังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วทางเข้าวัดจะอยู่ซ้ายมือ

ผู้สถาปนาวัด คือ หลวงตาย่ามแดง หรือ หลวงตาอ๋อย ซึ่งเป็นชื่อที่ลูกหลานศิษยานุศิษย์เรียกถึงท่าน ส่วนชื่อของหลวงตาที่ปรากฎตามทะเบียนราษฎร์คือ สวาสดิ์ ศีลอุดมทรัพย์ ที่ชื่อว่าหลวงตาย่ามแดงนั้นเป็นเพราะหลวงตาท่านใช้ย่ามสีแดงอยู่เป็นประจำ แล้วช่วงหลังๆ ก็จะมีใส่ชุดแดงทั้งชุดพร้อมผ้าคลุมไหล่สีแดงเป็นภาพที่ชินตา ท่านว่าสีแดงนั้นเป็นเครื่องหมายของพวกเล่นฤทธิ์ รวมไปถึงเหล่าเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกาอันเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์ทั้งหลาย ทั้งสอดคล้องกับสีของธาตุไฟ ซึ่งกสินไฟเป็นกองกสินที่หลวงตามีความโปรดปรานในการทำฌานพิเศษ  ที่สำคัญที่สุด สีแดงนั้นเป็นสีประจำตัวทั้งของ “พญายมราช” พระผู้เป็นอธิบดีในนิรยภูมิ คือ ภูมินรก กับ “ท้าวเวสสุวัน” เจ้าแห่งยักษ์ เจ้าแห่งภูติผีจิตวิญญาณและโชคลาภความมั่งคั่ง ทั้งยังเป็นอธิบดีในหมู่จตุโลกบาลทั้ง 4

ในประวัติเล่าว่า เหตุที่เรียก หลวงตา ก็เพราะว่า เมื่อก่อนเคยบวชเป็นพระ แต่ตอนนี้ไม่ได้บวชแล้วก็ยังมีคนเรียกว่าหลวงตาด้วยความเคยชิน

สิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ของหลวงตา น่าจะเป็น ยามแดง มีหมู่ลูกหลานใกล้ชิดเรียกขานกันว่า “กระเป๋าโดราเอมอน” คือลูกศิษย์ลูกหามักจะคอยลุ้นว่าท่านจะหยิบอะไร แปลกๆ สนุกๆ ออกมาให้ดู ซึ่งในระยะเวลาหลายปี ท่านก็ได้คอยช่วยชี้แนะให้คำสั่งสอน ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยวิธีที่น่าอัศจรรย์ใจ

จนกระทั่งปี 2535 ท่านพิจารณาแล้วเห็นว่าได้โปรดผู้คนในต่างถิ่นมาเป็นเวลาอันสมควรแล้ว จึงตัดสินใจกลับมาโปรดลูกหลานตนเองในบ้านเกิดของท่านที่จังหวัดขอนแก่น

ประมาณปี 2542 ท่านจำได้ว่ามีที่ดินเก่าแก่อยู่แปลงหนึ่งประมาณ 5 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.พระลับ ในเขต อ.เมืองขอนแก่น จึงจ้างรถแบคโฮมาปรับพื้นที่ ปรากฎว่าเกิดเรื่องอัศจรรย์ขึ้น คือ ไปขุดเจอพระขรรค์โบราณ (ลักษณะเป็นพระขรรค์สำริดเก่าคร่ำยาวราวฟุตกว่า) ทำให้ท่านฉุดคิดได้ว่า ที่ดินผืนนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว เมื่อกำหนดจิตดูจึงรู้ด้วยญาณวิถีในทันทีว่า ผืนแผ่นดินที่ว่านี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ท่านเรียกว่าเป็น “แผ่นดินสามโลกธาตุ” เป็นจุดบรรจบกันของสามโลก คือ แดนมนุษย์ สวรรค์ และบาดาล (นาคพิภพและนิรยภูมิ) เป็นช่องทางสำคัญอันเหล่าเทวดาทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างสัญจรติดต่อถึงกัน โดยมีโลกมนุษย์เป็นแดนกลาง ท่านจึงดำริให้สร้างวัดขึ้น ร่วมกับลูกหลานศิษยานุศิษย์และร่วมกันจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม จนปัจจุบันมีที่ดินรวมกว่า 73 ไร่ โดยที่ตรงจุดสำคัญสามโลกธาตุนั้นท่านก็กำหนดให้สร้างพระมหาเจดีย์ครอบไว้

เมื่อจะก่อสร้าง ได้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2548 เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จส่วนยอด ต่อมาจัดให้มีพิธียกฉัตรทองคำเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2551 ในขั้นแรกหลวงตาให้ตั้งชื่อเจดีย์ที่ก่อสร้างขึ้นมานี้ว่า “มหาเจดีย์รัตนะ” (เจดีย์แก้ว ซึ่งเป็นที่บรรจุพระทันต์แก้วซี่ขวาล่าง พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ และเครื่องสักการะทั้งหลายทั้งปวง นับถือว่าตำแหน่งของพระมหาเจดีย์ ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเจดีย์จุฬามณี) เพื่อให้มีความหมายพ้องกับชื่อเจดีย์ “จุฬามณี” (เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ขวาบนในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ กับนาคเจดีย์ในนาคพิภพซึ่งบรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ซ้ายล่าง ส่วนซี่ที่ 4 ทราบมาว่า ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดหลินกวง กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน) ดังนั้นเมื่อผู้ใดได้มาสักการะพระมหาเจดีย์แห่งนี้ก็เท่ากับได้กราบไหว้บูชาเจดีย์ตั้งสามองค์ในสามโลกธาตุในคราเดียวกัน

ต่อมา ท่านเจ้าคุณสมาน (พระธรรมดิลก เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ) ได้ให้ความเมตตาแนะนำให้ขยายนามมหาเจดีย์รัตนะ ให้มีความหมายกว้างและลึกซึ้งมากขึ้นจากเพิ่ม เป็นชื่อ “มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ” มีความหมายว่า มหาเจดีย์แก้วรัตนะแห่งสามโลก พร้อมทั้งตั้งชื่อวัดว่า “วัดทุ่งเศรษฐี” คำว่าเศรษฐีเป็นคำสันสกฤต แปลว่า ผู้ประเสริฐ จะมีแต่เศรษฐีมาทำบุญที่วัด มีทั้งเศรษฐีน้อย เศรษฐีใหญ่ และว่าที่เศรษฐีมากมายหลายคน จึงเป็นที่มาของชื่อ “ทุ่งเศรษฐี”

สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ  มณฑปองค์ปฐม พระพุทธนีลวรรโณศิโลทรัพยุดม สวนนรก รูปปั้นพญานาค แท่นแว่นฟ้าจุฬามณีและท่านาคเจดีย์ศรีนาคิน และเสนาสนะอื่นๆ

ภายในวัดเงียบสงบสมดังเป็นวัดป่า โดดเด่นด้วยเจดีย์ที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม แทรกอริยสัจสี่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค องค์เจดีย์ออกแบบให้เป็นห้องโถงโล่งทรงระฆังคว่ ประดิษฐานพระประธานคือ พระนีลวรรณโณศีโลทรัพยุดม (หลวงปู่ดำ) เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองเหลืองผิวสีดำ ทรงเครื่องจักรพรรดิปิดทอง ประดับพลอยสีต่างๆ ปางสมาธิ ศิลปะแบบลพบุรี ขนาดหน้าตักกว้าง 155 นิ้ว

ด้านบนเพดาน แสดงระบบสุริยจักรวาล ที่มีดวงอาทิตย์ที่จุดกึ่งกลางโดม รายล้อมด้วยดาวนพเคราะห์ที่เหลืออีก 8 ดวง

ส่วนคำสอนในพระศาสนาว่าด้วยเรื่องความโลภ ความโกรธ ความหลง และหลักธรรมคำสอนเรื่องทาน เมตตา และปัญหา ประดับอยู่ตามกระจก 6 ด้านของโถงใหญ่ มีห้องด้านล่างเป็น ห้องปริศนาธรรม วงศ์ไวศยวรรณ ตั้งอยู่ใต้มหาเจดีย์ฯ เป็นห้องแสดงภาพปริศนามธรรม เกี่ยวกับวงจรชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

เจดีย์ราย เป็นเจดีย์องค์เล็กรอบเจดีย์ประธาน มีเทพทวารบาลอย่างเช่นท้าวเวสสุวรรณประจำอยู่ แต่ละทิศ

รอบบริเวณวัดจะเป็นทัศนียภาพทุ่งนาเขียวชอุ่ม  มีสะพานศิลอุดมทรัพย์ เป็นสะพานแขวนข้ามยังฝั่งตรงข้าม รวมทั้งจัดสร้างนรกภูมิ หลวงตาท่านดำริว่า ผู้คนในยุคหลังๆนั้นห่างไกลจากศีลธรรมขาดความเกรงกลัวต่อบาปกรรม จึงให้จำลองสภาขุมนรกต่างๆ ไว้ในบริเวณวัดทิศตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย รูปปั้นพญายม เปรตและนรกห้าขุม แสดงวิบากกรมของสัตว์นรกหมู่ต่างๆ อันเกิดจากละเมิดศีลห้า เพื่อเป็นอุทาหรณ์ของผู้ใหญ่และเยาวชน

วัดทุ่งเศรษฐี ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น www.facebook.com/groups/luangta สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โทร. 02 250 5500 ต่อ 1365-9 www.เที่ยวอีสาน.com, ททท. สำนักงานอุบลราชธานี โทร. 045 243 770

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*