ททท.ภาคกลาง สำรวจแหล่งท่องเที่ยวเส้นทางกองทัพเรือ กรุงเทพ-สมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง (3)

ททท.ภาคกลาง นำสื่อมวลชน เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเส้นทางกองทัพเรือ กรุงเทพ-สมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง เยี่ยมชุมชนวัดสาขลา

วัดสาขลา วัดเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อคราวรบชนะพม่า ไฮไลต์ที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวัดแห่งนี้อยู่ตรง พระปรางค์เอียง หรือเจดีย์เอียง วัดสาขลา ส่วนด้านบนของพระเจดีย์มีพระพุทธรูปยืนทั้ง 4 ด้าน ในอดีตร้อยกว่าปีมาแล้ว เกิดการทรุดตัวของแผ่นดินจากน้ำท่วมขังเพราะตั้งอยู่ริมคลอง และการก่อสร้างในอดีตจะใช้การวางท่อนซุงหรือท่อนไม้เป็นฐานรากไม่ได้ลงเสาเข็มเหมือนปัจจุบัน ทำให้พระปรางค์เอียง แต่ก็ไม่ได้โค่นล้มลงมา

ศาลหมู่บ้านสาวกล้า

บ้านสาขลา เดิมมีชื่อว่า บ้านสาวกล้า เป็นชื่อตามคำบอกเล่าว่า ในสมัยสงครามเก้าทัพ ผู้ชายในหมู่บ้านได้ถูกเกณฑ์ไปรบกันหมด เหลือเพียงผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุอยู่ภายในหมู่บ้าน ขณะนั้นเอง ได้มีพม่าลาดตระเวนมาเจอหมู่บ้าน ผู้หญิงที่อยู่เฝ้าหมู่บ้านจึงพากันจับอาวุธเท่าที่หาได้ในครัว เช่น สากตำข้าว มีดพร้าในครัว ขับไล่พม่าไปจนได้ หลังจากเหตุการณ์นั้น หมู่บ้านนี้จึงถูกเรียกขานว่า หมู่บ้านสาวกล้า ต่อมาได้ออกเสียงเพี้ยนไป จนเป็นคำว่า บ้านสาขลา ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ ที่มีความเข้มแข็ง และยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ทำการประมง เพาะเลี้ยงกุ้งหอยปูปลา และใช้ลำคลองในการเดินทาง

นอกจากนี้วัดสาขลายังมีวิหารหลวงพ่อโต พระวิหารสร้างด้วยไม้สัก หลังคากระเบื้อง แต่ปัจจุบันตัววิหารได้มีการซ่อมแซมเป็นก่ออิฐถือปูน หลังคาด้านหน้าด้านหลังออกมุขหลังคา 3 ชั้น เป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ศิลปะสมัยอู่ทอง ปางมารวิชัย ฐานบัว พระโอษฐ์แบะ พระรัศมีเป็นเปลว พระพาหาแคบ เป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านในพื้นที่

ในการสักการะหลวงพ่อโต สิ่งสำคัญที่พลาดไม่ได้คือ การลอดโบสถ์ เชื่อกันว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ เป็นสิริมงคลกับตัวเอง ซึ่งวัดสาขลาได้ยกโบสถ์ให้สูงขึ้น เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในช่วงน้ำหลากใต้โบสถ์จึงสามารถลอดไปมาได้ แต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนมาลอดโบสถ์เสมอ โดยเชื่อว่าจะช่วยเสริมสิริมงคล 9 ประการ คือ มงคลที่ 1 ลอดประตูพระราหู, มงคลที่ 2 ปิดทองลูกนิมิตโบราณ, มงคลที่ 3 บูชาพระบัวเข็ม กราบรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ชื่อดังจำนวนมาก, มงคลที่ 4 โยนเหรียญทำบุญพระสังกัจจายน์, มงคลที่ 5 บูชาพระพุทธรูปที่ขุดพบ, มงคลที่ 6 พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกขกิริยา, มงคลที่ 7 ปิดทองพระพุทธรูปศิลา, มงคลที่ 8 ปิดทองใต้ฐานองค์หลวงพ่อโต และมงคลที่ 9 ลอดท้องช้าง พรายมหาลาภ

พระปรางค์เอียง

เมื่อเข้ามาภายในชุมชนบ้านสาขลา เส้นทางถนนจะตัดตรงข้ามสะพานเข้าสู่วัดเลย บริเวณวัดด้านหน้าและด้านข้างด้านหนึ่งจะติดกับคลอง ส่วนอีกข้างจะติดกับโรงเรียนชุมชนวัดสาขลา บริเวณวัดมีพื้นที่สำหรับเป็นลานจอดรถกว้าง ด้านข้างมีอาคารห้องสุขา ในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ มีตลาดโบราณ เดินเล่นเดินชมบริเวณท่าน้ำ หรือเดินเข้าชมชุมชนบ้านสาขลาก็ได้ มีจำหน่ายของฝากต่างๆ อาหารทะเลแห้ง กุ้งหมึกปลาแห้ง ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ รวมถึงกุ้งเหยียดที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของชุมชนด้วย  

พระปรางค์เอน เป็นองค์พระปรางค์เก่าแก่ ตั้งอยู่บริเวณริมคลอง แต่เดิมตอนสร้างนั้นสร้างทรงตรง ไม่ได้เอนอย่างปัจจุบัน กระทั่งเมื่อประมาณร้อยกว่าปีก่อน ได้เกิดน้ำท่วมขัง ผืนดินที่ลอยตัวอยู่บนโคลนเกิดการทรุดตัว องค์พระปรางค์จึงได้เอียงไปทิศตะวันตก ประมาณ 15 องศา หลังจากนั้นก็ไม่ได้เอียงเพิ่ม และไม่มีทีท่าว่าจะล้มลงมา จึงได้ปล่อยให้เอนจนเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของบ้านสาขลา

พื้นที่โดยรอบพระปรางค์ ได้มีการปรับภูมิทัศน์โดยรอบขึ้นใหม่ กั้นกำแพงแก้วเป็นแนวสี่เหลี่ยมจตุรัสไว้โดยรอบ ตรงกลางเป็นปรางค์ประธานองค์ใหญ่ มุมทั้ง 4 ของกำแพงแก้วประดับด้วยปรางค์ประจำทิศทั้ง 4 มีขนาดย่อมลงมา แต่ละด้านของกำแพงแก้ว มีซุ้มประตูเดิม เป็นทางเข้าสู่ลานประทักษิณารอบองค์พระปรางค์

ปรางค์ประธานมีลักษณะเป็นทรงฝักข้าวโพด ซึ่งเป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฐานทรงสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ส่วนกลางของพระปรางค์ ทำเป็นซุ้มจระนำ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรไว้ทั้ง 4 ด้าน ปัจจุบันแตกหักไป เหลือให้เห็นบนพระปรางค์เพียง 2 ด้าน

กุ้งเหยียด ผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชน

ภายในวัดสาขลายังมีสถานที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์เทพศรีสาขลา เป็นที่รวบรวมเอามหาเทพจากศาสนาฮินดู เพราะเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเคยศึกษาเล่าเรียนได้ศึกษาเรื่องของศาสนาฮินดูมาก่อน ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวทางศาสนา และองค์มหาเทพต่างๆ อาทิ พระพิฆเนศปางต่างๆ พระตรีมูรติ พระแม่ธรณีมวยผม พญาครุฑ และอื่นๆ

การเดินทาง ด้วยรถยนต์ ใช้เส้นทางดาวคะนอง-สุขสวัสดิ์ จากนั้นจะเจอที่ว่าการอำเภอพระสมุทรเจดีย์

ขับตรงไปก็ถึงวัดสาขลา จะมีป้ายบอกทางไปวัดสาขลาตลอดเส้นทาง หรือใช้รถโดยสารมายังท่าเรือข้ามฟากปากน้ำ จากนั้นนั่งเรือข้ามไปฝั่งพระสมุทรเจดีย์  จะมีรถสองแถวจอดอยู่ตรงท่าน้ำพระสมุทรเจดีย์ไปถึงวัดสาขลาเลย

หลักเขตกรุงเทพมหานคร หลักที่ ๒๘ แสดงให้เห็นการรุกล้ำของน้ำทะเล

วัดสาขลา ตั้งอยู่บริเวณบ้านสาขลา ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ เป็นเส้นทางก่อนที่จะถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า ให้เลี้ยวเข้าทางไป อบต.แหลมฟ้าผ่า จากนั้นตรงไปจนสุดทางประมาณ 9 กม. ก็ถึง หากใครไม่มีรถส่วนตัว ก็นั่งรถเมล์มาลงที่พระสมุทรเจดีย์ แล้วต่อรถสองแถวไปถึงวัดสาขลาเลย

รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย โทร. 1672

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*