เที่ยวสงกรานต์เมืองรอง ภาคเหนือ จังหวัดสุโขทัย-กำแพงเพชร (12)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ โดย คุณสมฤดี จิตรจง ผู้อำนวยการ เชิญสื่อมวลชนร่วมเดินทางเที่ยวสงกรานต์เมืองรอง ภาคเหนือ ณ จังหวัดสุโขทัย – จังหวัดกำแพงเพชร และร่วมทำพิธีบวงสรวง ศาลพระอิศวร และ ศาลหลักเมือง

ศาลพระอิศวร ตั้งอยู่ด้านหลังศาลจังหวัด เป็นฐานก่อด้วยศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมยกพื้นสูง 1.5 เมตร มีบันไดขึ้นด้านหน้า บนฐานชุกชีอยู่เป็นที่ตั้งของเทวรูปพระอิศวรสัมฤทธิ์ ซึ่งจำลองขึ้นในสมัยที่นายเชาวน์วัศ สุดลาภา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เทวรูปพระอิศวรองค์จริงปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร

เทวรูปพระอิศวร หล่อด้วยสำริดสูง 210 ซม. เดิมประดิษฐานอยู่ในเทวสถานซึ่งราษฎรเรียกว่า “ศาลพระอิศวร” ภายในกำแพงเมืองกำแพงเพชร ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร เทวรูปพระอิศวรนี้มีจารึกที่ฐานรอบบาท (จารึกที่ 13) ความว่า เจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราชประดิษฐานรูปพระอิศวรในเมืองกำแพงเพชร เมื่อ พ.ศ. 2053 (คำว่า “ประดิษฐ์” อาจจะหมายความว่าหล่อขึ้นมาใหม่ หรืออาจจะเชิญมาจากที่อื่นแล้วมาประดิษฐานไว้ที่เมืองกำแพงเพชร) แม้ศักราชที่ระบุในจารึกคือ พ.ศ. 2053 ตรงกับสมัยอยุธยา แต่ลักษณะของเทวรูปแสดงถึงการรับอิทธิพลศิลปะเขมรแบบบายน กล่าวคือ พระพักตร์เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีพระมัสสุแสดงถึงอำนาจ กรองศอ และสายรัดพระองค์มีอุบะสั้นๆ ห้อยประดับ ทรงผ้าโจงกระเบนสั้น มีชายผ้าเป็นรูปสามเหลี่ยม มีกรรเจียกหรือครีบอยู่บนกระบังพักตร์หรือรัดเกล้าสองข้างพระเศียรเหนือใบพระกรรณ ซึ่งลักษณะดังกล่าวไม่ปรากฏในเทวรูปที่หล่อในสมัยสุโขทัย

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวเยอรมันคนหนึ่งได้มาพบเทวรูปนี้ในสภาพดี แม้จะตากแดดตากฝนอยู่นานกว่า 400 ปี โดยลักลอบตัดพระเศียรและพระหัตถ์เทวรูปพระอิศวรออกเป็นชิ้นส่วนจะส่งไปประเทศเยอรมนี แต่โดนจับได้ที่กรุงเทพฯ ไม่นาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบเรื่อง มีพระราชดำริว่าของโบราณตามหัวเมือง ถ้าไม่ดูแลรักษาจะอันตรายและสูญหาย เพื่อความปลอดภัย จึงโปรดเกล้าฯ ให้สั่งไปยังเมืองกำแพงเพชรให้ส่งโบราณวัตถุ มีเทวรูปพระอิศวร นอกจากนี้ยังมีศิลาจารึกนครชุมนำมาเก็บรักษาที่กรุงเทพฯ เมื่อการก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร แล้วเสร็จ เทวรูปพระอิศวรจึงกลับมาประดิษฐานและแสดงให้สาธารณชนเข้าชมโบราณวัตถุสำคัญจนทุกวันนี้

ศาลหลักเมืองกำแพงเพชรแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) ที่เคยปกครองดูแลเมืองกําแพงเพชร ทําด้วยศิลาแลงรูปกลมยาวประมาณ 2 เมตร ฝังโผล่พ้นดินขึ้นมาประมาณหนึ่งเมตร มีรูปเศียรเทพารักษ์อยู่บนยอดศิลาแลง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหลังคาศาลได้พังลงมาทับเสาหลักเมืองและเศียรเทพารักษ์ หลังจากนั้นก็อยู่ในสภาพรกร้างมาเป็นเวลานานจนถึงปีพ.ศ. 2472 รองอํามาตย์เอกหลวงมนตรีราช (หวาน) อัยการจังหวัดกําแพงเพชรได้ริเริ่มสร้างศาลหลักเมืองขึ้นใหม่โดยเป็นศาลาทรงไทย

การบูรณะ  “ศาลหลักเมือง” มีเหตุการณ์ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2488 ได้มีผู้ลักตัดเศียรเทพารักษ์ไปหลวงปริวรรตวรวิจิตร (จันทรเจริญชัย) ผู้ว่าราชการจังหวัดกําแพงเพชรได้ให้ทําขึ้นใหม่ด้วยดินจากยอดเขาสูงสุดของเขาหลวง ดินใจกลางโบสถ์ใจกลางเจดีย์เก่าทั้งในจังหวัดกําแพงเพชร สุโขทัย ศรีสัชนาลัย พิษณุโลก และตาก ต่อมา นายเชาว์ วัตสุดลาภา เดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2525  ได้ไปสักการะเจ้าพ่อหลักเมืองและมีความรู้สึกว่าศาลหลักเมืองนั้นอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมไร้สง่าราศรี จึงได้มีการปรับปรุงศาลหลักเมืองขึ้นใหม่ให้สมฐานะการเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งในการบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมืองครั้งนี้ได้คำนึงถึงความถูกต้องและความสมบูรณ์ของรูปแบบของศาลหลักเมือง ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นเป็นสำคัญ โดยอาคารศาลหลักเมืองที่ปรับปรุงใหม่นี้ เป็นอาคารจัตุรมุขพร้อมเขตปริมณฑลกว้าง 17.5 x 17.5 เมตร สูงจากระดับเดิมประมาณ 19 เมตร หันหน้าเข้าหาทิศทั้งสี่ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กพื้นหินอ่อนทรายล้างสีศิลาแลง กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จและประกอบพิธีเชิญหลักเมืองและเศียรเทพารักษ์ขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2527 ตรงวันฉัตรมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช-สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการทรงเจิมเสาหลักเมืองเมื่อวันที่ 16 เมษายน พุทธศักราช 2527

เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะสักการะขอพรเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัย ของหายอยากได้คืน รวมทั้งเสริมสิริมงคลในเรื่องความมั่นคงของชีวิต ด้วยเชื่อกันว่าศาลหลักเมืองกำแพงเพชรนั้นเป็นสิ่งที่พ้องกับความมั่นคงไม่หวั่นไหวเสริมจิตใจให้เข้มแข็ง

การสังเวยเจ้าพ่อหลักเมืองกำแพงเพชร ในวันที่ 15 เมษายน ของทุกปี เรียกว่า “วันพญาวัน” ซึ่งประชาชนจำนวนมากจะมาชุมนุมพร้อมกันที่ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร มักเรียกประชาชนที่มาร่วมกันว่า “ลูกช้าง” ทุกคนที่มาชุมนุมกันจะบนบานศาลกล่าวขอพรต่างๆ และพวกที่ยังไม่ได้แก้บนจะแก้บนให้เสร็จสิ้นในวันนี้ นอกจากนี้ พรามหม์จะทำพิธีบวงสรวงประจำปี เสร็จแล้วทำพิธีสรงน้ำเจ้าพ่อหลักเมืองและนิมนต์พระสงฆ์มาถวายภัตตาหารเพลด้วย

ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร หรือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่ บริเวณวัดพระแก้ว ปากทางเข้าโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม ถนนสายกำแพงเพชร-สุโขทัย ผ่านหน้าศาล ชาวเมืองกำแพงเพชรและประชาชนทั่วไปให้ความนับถือเลื่อมใสศรัทธาอย่างมากและเป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นศาลเจ้าตามกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า พ.ศ.2463 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2528 และอยู่ในความดูแลของเทศบาลเมืองกำแพงเพชร

รายละเอียดสอบถาม http://www.tourismthailand.org/sukhothai ททท.สำนักงานสุโขทัย พื้นที่รับผิดชอบ : สุโขทัย, กำแพงเพชร, ​อุตรดิตถ์ ที่อยู่ : 130 ถ.จรดวิถีถ่อง ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย 64000 โทร. 0 5561 6228-9 e-Mail : tatsukho@tat.or.th หรือ เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย โทร. 1672

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*