ททท. สำนักงานระยอง ชวนเปิดฤดูกาลสวนผลไม้ภาคตะวันออก ณ จังหวัดระยอง – จันทบุรี (1)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง สำรวจแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง และเปิดฤดูกาลสวนผลไม้ภาคตะวันออก ณ จังหวัดระยอง – จันทบุรี และเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมและวัฒนธรรม ณบ้านวังหว้า โดย วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรธารเกษม กิจกรรมที่ชุมชนเตรียมไว้ให้กลุ่มผู้สื่อข่าวได้ชมครั้งนี้ ประกอบด้วย กิจกรรมสานเสื่อคล้า ซึ่งเป็นเสื่อพื้นบ้านสืบสานกันมาตั้งแต่รุ่นปู่-ย่า

ตำบลวังหว้าเป็นตำบลเก่าแก่ ตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2440 เหตุที่เรียกชื่อนี้มีความหมายคือ “วัง” หมายถึงห้วงน้ำลึก “หว้า” หมายถึงต้นไม้ชนิดหนึ่งชอบขึ้นอยู่ในที่ริมน้ำท่วมถึง เมื่อเอาสองคำนี้มารวมกันจึงเป็น “วังหว้า” ซึ่งผู้เฒ่าเล่าไว้ว่า ลำคลองวังหว้าตรงกันข้ามกับสวนธารเกษมเป็นคุ้งน้ำลึก ฝั่งซ้ายมีต้นหว้าขนาดใหญ่กว่าไม้อื่นๆ ในบริเวณนั้นอยู่บนตลิ่งต้นหนึ่ง ข้างวังน้ำลึกนั้น ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า “วังหว้า” มาถึงปัจจุบันนี้

ส่วนต้นหว้าที่มีอยู่ชุกชุมนั้น ชาวบ้านตัดเอาต้นหว้ามาเลาะเอาแต่ผิว เอาใส้ในออก แล้วรีด นำไปตากให้แห้ง และนำเอาผิวต้นหว้านั้นมาทอเป็นเสื่อคล้า ซึ่งมีความแข็งอยู่ในตัว รวมกับลวดลายเส้นคล้า รอยนูนและต่ำสลับกัน เวลานอนกลิ้งซ้ายขวาจะช่วยนวดกล้ามเนื้อ ช่วยผ่อนคลายได้ ผลิตภัณฑ์จากคล้าก็จะมีทั้ง เสื่อ ที่รองแก้ว ที่รองโต๊ะ

กิจกรรมที่ 2 เป็นการทำข้าวตังโบราณ โดยคุณลุง นายกมล ปรึกษา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำได้ทั้งครอบครัว ในสมัยก่อนจะหากินได้ยาก ชาวบ้านจะทำขึ้นเมื่อมีงานสำคัญๆ เช่น การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ บวชนาค เท่านั้น เพราะจะมีคนมาร่วมงานมากมาย จำเป็นต้องหุงข้าวไว้ต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน จึงต้องหุงข้าวด้วยกระทะใบบัว โดยใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง เมื่อได้ข้าวไว้สำหรับเลี้ยงแขก ก้นกระทะที่หุงข้าวจะเป็นข้าวตังที่ติดก้นกระทะ ที่ผ่านการหุงข้าวจากเชื้อฟืน คนพื้นบ้านจึงนำน้ำมันหมูที่ใช้ในสมัยก่อนมาลูบข้าวที่ติดก้นกระทะ ทำให้ข้าวตังร่อนออกมาได้ง่าย ทำให้มีกลิ่มหอมของควันฟืนที่เป็นลักษณะเฉพาะ ต่อมาจึงเริ่มปรุงน้ำสำหรับราดข้าวตังด้วยน้ำมันหมู หอมแดง น้ำกระเทียมดอง น้ำตาล ให้มีรสกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ท่านที่มาเยือนเสมือนท่านเป็นแขกผู้มีเกียรติ จึงมีกิจกรรมการทำข้าวตังโบราณ ไว้ต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือน

และอีกหนึ่งกิจกรรม คือการทำขนมกะราง ที่สาธิตการทำโดย ป้าเล็ก ชื่อ สาว บำรุงศิลป์ อาจมีคนสงสัยว่า กะราง คืออะไร แต่ถ้าบอกว่ามันคือ กระบก เพราะชาวแกลงเรียกกระบกว่า กะราง ซึ่งต้นกระบกจะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ชาวบ้านมักเก็บเม็ดของมันที่ล่วงลงพื้นแล้วเอาไปตากไว้หนึ่งอาทิตย์ จากนั้นก็ทุบเปลือกนอกออกแล้วนำไปต้ม เอาเปลือกด้านในสีน้ำตาลออกอีกชั้นหนึ่ง

จากนั้นนำเม็ดไปคั่วจนสุก แล้วนำไปตำพร้อมใส่น้ำกับเกลือลงไป ตำให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วนำไปใส่แม่พิมพ์ทั้งไว้ให้แข็ง จากนี้ก็เป็นอันเสร็จ

การทำขนมกะราง นั้น ถือว่าเป็นวิธีการถนอมอาหารของชาวบ้านอีกแบบหนึ่ง เพราะในสมัยก่อนชาวบ้านที่เข้าป่าไปทำสวนทำไร่หรือออกทะเล ก็มักจะหาอะไรที่สามารถเก็บไว้ทานได้เป็นเวลานาน พอเวลาจะทานก็เพียงแค่เอาไปอุ่นให้ร้อน พร้อมทานคลุกกับข้าวสวยง่ายๆ แค่นี้ รสชาติก็จะออกเค็มๆ มันๆ เหมือนเนยถั่ว ถือว่าเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ดูแล้วง่ายๆ แต่มีประโยชน์มาก พอทำเสร็จสามารถเก็บไว้ได้นานและเก็บไว้ในใบขนุน คนโบราณเชื่อหนุนนำโชคว่าใบขนุนเก็บได้นานไม่เป็นเชื้อรา ใบขนุนมีความรื่นทำให้ตัวกระรางไม่ติดใบ

นอกจากกิจกรรมสาธิตต่างๆ แล้ว บ้านวังหว้า ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมาก อาทิ ไหว้พระเกจิอาจารย์ดัง (หลวงปู่คร่ำ ยโสธโร) พระมงคลศีลาจารย์ ณ วัดวังหว้า, การทำน้ำปลาสูตรโบราณ, การลงแขกทำนาข้าว (ตามฤดูกาล), การแปรรูปผลไม้ต่างๆ, กิจกรรมการทำกะปิสูตรดั้งเดิม, ล่องเรือคลองกะปิ ดูธรรมชาติของป่าโกงกาง, กิจกรรมรับลูกทุเรียน (ตามฤดูผลไม้), การแปรรูปเปลือกผลไม้ และชิมอาหารพื้นบ้าน เป็นต้น

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ นางสาวสุภัทร วงค์ศรี ประธาน การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบ้านวังหว้า 23/3 ม.2 ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง โทร. 089 931 5800, 084 754 1914 Facebook: ท่องเที่ยวบ้านวังหว้า

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*