บางกอกแอร์เวย์ส (BA) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ของปี 2561 กำไรสุทธิ 719.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.3%

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 7,830.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 719.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 154.3 ล้านบาท หรือ 27.3%

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ของปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,830.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจสายการบิน ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบินและกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงธุรกิจสนามบิน โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 4.9% 6.1% และ 17.1% ตามลำดับ ทำให้ในไตรมาส 1 ของปี 2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 719.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 154.3 ล้านบาท หรือ 27.3% โดยเป็นกำไรสุทธิที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เท่ากับ 710.5 ล้านบาท กำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.34 บาทต่อหุ้น”

“โดยผลการดำเนินงานของธุรกิจสายการบินและธุรกิจสนามบินที่ดีขึ้น เนื่องมาจากจำนวนผู้โดยสารและอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) เป็นหลัก โดยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2561 บริษัทฯ มีจำนวนผู้โดยสารรวม 1.76 ล้านคน เติบโต 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 โดยมีอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย (Load Factor) 76.4% ซึ่งสัดส่วนผู้โดยสารจากจุดขายบัตรโดยสารต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 52.0 เป็น 56.0% จากผู้โดยสารทั้งหมด โดยรายได้ผู้โดยสารส่วนใหญ่มาจากจุดขายบัตรโดยสาร (Point-of-Sale) ในภูมิภาคยุโรปซึ่งคิดเป็น 28.0% ในภูมิภาคเอเชียไม่รวมประเทศไทยเท่ากับ 23.0% สำหรับผู้โดยสารประเทศไทยมีสัดส่วน 21.0% ของรายได้ผู้โดยสารรวม จำนวนนักท่องเที่ยวหลักที่เพิ่มขึ้นมาจากจุดขายบัตรโดยสารในภูมิภาคยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือตามลำดับ ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ เข้าทำสัญญาข้อตกลงเที่ยวบินร่วม (Code share) กับสายการบินชั้นนำเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาส 1 ปี 2561 บริษัทฯ ได้ทำข้อตกลงเที่ยวบินร่วมกับ 2 สายการบิน ได้แก่ แอล อัล อิสราเอล และ โอมานแอร์”

“สำหรับการขยายเส้นทางบินและการเพิ่มเที่ยวบินของบริษัทฯ ในไตรมาสแรก ปี 2561 บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่ระหว่างเชียงใหม่-ฮานอย (เวียดนาม) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยให้บริการสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบินแบบเอทีอาร์ 72-500/600 ขนาด 70 ที่นั่ง และได้เพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางบินระหว่างประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ-เกาะฟู้โกว๊ก (เวียดนาม) จากจำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เพิ่มเป็น 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ กรุงเทพฯ-เวียงจันทร์ (ลาว) จากจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เพิ่มเป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์” นายพุฒิพงศ์กล่าวปิดท้าย

อนึ่ง สมาคมธุรกิจสายการบิน (BAR) ก่อตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ของสายการบินของไทยและสายการบินต่างชาติ ที่ให้บริการในประเทศไทย มีหน้าที่พิจารณาประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือในการดำเนินงาน และผลกระทบจากปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการบินโดยรวมของประเทศไทย และนำเสนอความเห็นร่วมกันเพื่อปรึกษาหารือและเจรจากับรัฐบาล ผู้ประกอบการท่าอากาศยาน หน่วยงานกำกับดูแล และองค์กรด้านการบิน การขนส่งและการท่องเที่ยวอื่นๆ โดยปัจจุบัน BAR มีสมาชิกสายการบินนานาชาติกว่า 51 สายการบิน ที่ทำการบินมายังประเทศไทย

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*