ททท. สำนักงานระยอง ชวนเปิดฤดูกาลสวนผลไม้ภาคตะวันออก ณ จังหวัดระยอง – จันทบุรี (4)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง สำรวจแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง และเปิดฤดูกาลสวนผลไม้ภาคตะวันออก ณ จังหวัดระยอง – จันทบุรี และเยี่ยมชมตลาดพลอย จันทบุรี

ตลาดพลอย หรือถนนอัญมณี เป็นตลาดการซื้อขายพลอยในจันทบุรี โด่งดังและมีชื่อเสียงกว้างไกลในระดับโลก และเป็นตลาดการค้าพลอยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นศูนย์รวมการค้าพลอยแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ตลาดพลอยอยู่ในใจกลางเมืองจันทบุรี ผู้ที่สนใจซื้อเครื่องประดับ หรือต้องการเห็นบรรยากาศการซื้อขายพลอยว่าทำอย่างไร สามารถเดินชมการซื้อขาย หรือแวะซื้อพลอยได้ ซึ่งตลาดการค้าพลอยจะค่อนข้างคึกคักในช่วงสุดสัปดาห์ เดินชมตลาดพลอยแล้ว ยังเดินต่อเนื่องไปยังชุมชนริมน้ำจันทบูร และโบสถ์คาทอลิกได้ไม่ไกลนัก

ตลาดพลอย (ถนนอัญมณี) ตั้งอยู่ ช่วงถนนศรีจันท์และตรอกกระจ่าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี อยู่ติดกับถนนริมน้ำจันทบูร

จังหวัดจันทบุรี ถือเป็นเมืองแห่งอัญมณีระดับโลก เพราะเป็นศูนย์รวมการค้าพลอยแบบครบวงจร พลอยเมืองจันท์ได้รับการกล่าวขานกันว่าเป็นพลอยน้ำดี ได้รับการเจียระไนอย่างประณีตจากช่างฝีมือชั้นเลิศ แม้ว่าปัจจุบันพลอยเมืองจันท์แท้ๆ จะหาได้ค่อนข้างยาก แต่จันทบุรีก็ยังคงเป็นแหล่งอัญมณีขนาดใหญ่ และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย เส้นทางของพลอยในเมืองจันท์นั้น มีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เพราะยังคงมีการขุดหาพลอย ทำเหมือง คัดพลอย ช่างฝีมือดีในการเจียระไน ไปจนถึงการทำเป็นเครื่องประดับ

ในอดีตพลอยที่เคยพบในจังหวัดจันทบุรี ที่มีชื่อเสียงมากในระดับโลก ได้แก่ ทับทิมสยาม (King Ruby) หรือพลอยแดง เป็นพลอยที่มีสีแดงเข้ม มีผลึกรูป 6 เหลี่ยม มีระดับความแข็งมาก รองจากเพชร (ทับทิมมีค่าความแข็งอยู่ที่ 9 เพชรแข็งระดับ 10) เนื้อพลอยมีลักษณะโปร่งใส โปร่งแสง ไปจนถึงทึบแสง ข้างในผลึกมักมีตำหนิ หรือมลทิน (inclusion) ที่เกิดตามธรรมชาติ สีของทับทิมมีตั้งแต่สีออกแดงอมส้ม ถึงอมม่วง เป็นพลอยที่สวยที่สุด หรือเป็นราชาแห่งอัญมณี (King of Gems) เลยก็ว่าได้

แต่เดิมพื้นที่ในจังหวัดจันทบุรี มีพลอยอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณเขาพลอยแหวน ตำบลบางกะจะ อำเภอท่าใหม่ ถือเป็นแหล่งกำเนิดพลอยขนาดใหญ่ พลอยที่ขุดได้เป็นพลอยเนื้อดี มีหลายชนิด เช่นไพลิน บุษราคัม สตาร์ ชาวบ้านสามารถหาพลอยได้ไม่ยาก บางคนเล่าว่า หลังฝนตก ก็จะเจอพลอยผุดขึ้นมาให้เห็นแล้ว แรกเริ่มที่ชาวบ้านเริ่มขุดหาพลอย ต่างก็ใช้เครื่องมือพื้นบ้าน ใช้ตะแกรงร่อนหาพลอย จนกระทั่งเข้าสู่ยุคตื่นพลอย ทำให้มีการสัมปทานทำเหมือง พลอยจึงถูกขุดไปขาย และลดลงไปอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าปัจจุบันพลอยในจังหวัดจันทบุรีจะลดลงไป จนแทบจะไม่เหลือแล้ว แต่ตลาดการค้าขายพลอยในเมืองจันท์ ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางการซื้อขายแหล่งใหญ่ ที่มีผู้ประกอบการมาจากทั่วโลก มีผู้ซื้อ ผู้ขายทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ พลอยที่ซื้อขายก็มีการนำมาจากแหล่งอื่นๆ ด้วย เช่น พลอยจากพม่า กัมพูชา อินเดีย เวียดนาม ศรีลังกา (ซีลอน) และประเทศแถบแอฟริกา เช่น แทนซาเนีย เคนยา โมซัมบิก คองโก เกาะมาดากัสการ์ เป็นต้น ในตลาดพลอยเมืองจันท์มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายพลอยกันอย่างคึกคัก มีเงินสะพัดมากมาย

บรรยากาศการซื้อขายพลอยในจันทบุรี มักจะคึกคักในช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ โดยเริ่มตั้งแต่ตอนสาย ไปจนถึงช่วงบ่าย ประมาณ 10.00 -15.00 น. การซื้อขายมีทั้งแบบตั้งโต๊ะเปิดโล่ง และแบบอยู่ในห้องแอร์ บ้างก็จะเขียนไว้ว่าคนซื้อต้องการพลอยแบบไหน

พลอยแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ 1. พลอยแท้ (Natural Gemstone) เป็นอัญมณีธรรมชาติ มีทั้งพลอยเนื้อแข็ง เช่นทับทิม ไพลิน บุษราคัม และพลอยเนื้ออ่อน, 2. พลอยสังเคราะห์ (Synthetic Gemstone) เป็นอัญมณีที่มนุษย์ที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการผลิตที่ทันสมัย, 3. พลอยอัด(Imitation or Simulants) เป็นอัญมณีเทียม เช่น CZ แก้วหลอม และพลาสติกหลอมติดสี

บริเวณตลาดพลอย เป็นชุมชนค่อนข้างพลุกพล่าน เป็นถนนวันเวย์เยอะ และหาที่จอดรถค่อนข้างยาก หากจอดรถไว้ฝั่งโบสถ์โรมันคาทอลิก แล้วเดินมาบริเวณนี้จะสะดวกกว่าการขับรถไป

สถานที่น่าสนใจบริเวณใกล้กับตลาดพลอย

  ชุมชนริมน้ำจันทบูร สามารถเดินไปได้ในระยะ 200 เมตร, – โบสถ์คาทอลิก สามารถเดินไปได้ในระยะ 300 เมตร

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล เป็นอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกจันทบุรี ตั้งอยู่บริเวณริมคลองจันทบุรี ตรงข้ามชุมชนเก่าแก่จันทบูร ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี วิหารปัจจุบันนี้เป็นหลังที่ 5 ซึ่งบาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ ชาวฝรั่งเศส ได้ทำพิธีเสกขึ้นในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2452 และก่อสร้างขึ้นโดยคุณพ่อเปรีกาล

เดิมวิหารติดยอดแหลมบริเวณหอระฆังทั้ง 2 หอ แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปี พ.ศ. 2483 ทางรัฐบาลได้มีคำสั่งให้ทำการรื้อออกด้วยเหตุผลว่าจะเป็นเป้าทิ้งระเบิดจากเครื่องบินรบ จนภายหลังสงครามยุติก็ได้นำมาติดตั้งอีกครั้งในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552 วิหารแห่งนี้มีอายุรวมแล้วกว่า 109 ปี

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล นับเป็นหนึ่งในวิหารที่มีสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นโบสถ์ระดับชั้นอาสนวิหารแห่งเดียวในฝั่งตะวันออกของไทย มีจุดเด่นที่เด่นชัดคือยอดแหลมบนหอระฆัง 2 หลัง ภายในวิหารมีการตกแต่งเพดานเป็นท้องเรือไม้โนอาห์ ช่องบานกระจกแบบกอทิก และกระจกงานกระจกสี นอกจากนี้ภายในยังมีแม่พระที่มีความล้ำค่า ซึ่งตกแต่งด้วยพลอยกว่า 200,000 เม็ด หรือกว่า 2 หมื่นกะรัต และฐานซึ่งหล่อขึ้นด้วยเงินบริสุทธิ์ ประดับองค์ด้วยทองคำและพลอยชนิดต่างๆ วิหารแห่งนี้ ได้รับรางวัลอนุรักษ์อาคารดีเด่นประจำปี 2542 จาก สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*