คู่มือเที่ยวเวียดนาม 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไป เที่ยวฮานอย

ฮานอย เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในเวียดนามเหนือและยังเป็นเมืองหลวงของเวียดนาม ในหลายปีมานี้ ฮานอยถือว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวยอดนิยมมากของคนไทย การเดินทางบินจากกรุงเทพไปฮานอยใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง หรือจากเชียงใหม่แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น อากาศดีตลอดทั้งปี และค่าครองชีพที่ไม่สูง เป็นจุดหมายปลายทางของชาวแบ็คแพ็คเกอร์หลายๆ ท่านที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

แต่สำหรับหลายท่านที่ยังไม่เคยไปฮานอยหรือเวียดนามนั้น มาดูกันดีกว่าว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง จะได้เที่ยวได้อย่างสนุก กับ 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไป เที่ยวฮานอย

การเลือกที่พัก อย่างแรกสำหรับการเลือกที่พัก ในฮานอยมีที่พักให้ได้เลือกเยอะมากมาย หลายระดับ ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงระดับห้าดาว การเลือกทำเลที่ตั้งของที่พักนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ ก่อนอื่นต้องรู้ว่าเราชอบบรรยากาศที่พักแบบไหน ตัวอย่างเช่นถ้าใครรักสงบหรือมากับครอบครัว ต้องการพักผ่อน ห่างไกลจากเสียงรบกวนของแหล่งท่องเที่ยวกลางคืน ก็ควรจะเลือกที่พักบริเวณ French Quarter หรือบริเวณ Cathedral District ซึ่งจะอยู่ห่างออกมาจะแหล่งผู้คนหน่อย แต่ก็ไม่ไกลจนเกินไป จะมีโรงแรมหลายแห่งให้เลือก ส่วนมากจะเป็นโรงแรมหรู แต่ที่นิยมๆ กันมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและแบ็คแพ็คเกอร์ จะเลือกพักบริเวณย่านเมืองเก่า หรือ Old Quarter ซึ่งเป็นแหล่งรวมโฮสเทลและโรงแรมราคาถูกไว้มากมาย มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ บริษัททัวร์ต่างๆ และแหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงยังเป็นถนนคนเดินในตอนกลางคืน บริเวณนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสังสรรค์ พบปะผู้คนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยังเป็นบริเวณที่สะดวกที่สุดต่อการเดินทางไปยังที่เที่ยวต่างๆ ของเมือง

การเดินทางในฮานอย ในปัจจุบันเมืองฮานอยยังไม่มีรถไฟฟ้า อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2018 แต่โดยรวมแล้ว เราสามารถเดินไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของเมืองฮานอยได้ด้วยตัวเอง เพราะที่เที่ยวดังๆ ส่วนมากก็อยู่ในบริเวณใกล้ๆ กัน ถึงอย่างไรก็ตามควรจะศึกษาแผนที่มาให้ดีก่อน ว่าที่เที่ยวที่เราอยากไปนั้นอยู่ตรงส่วนไหนของเมือง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณรอบๆ ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม (Hoan Kiem) ถ้าเข้าใจในผังเมืองฮานอย ก็สามารถเดินไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ที่สำคัญไม่แนะนำให้เช่ารถมอเตอร์ไซด์ หรือจักรยาน เพราะว่าการจราจรในเมืองไม่ค่อยจะเป็นระเบียบเท่าไหร่นัก ถ้าเป็นต้องเดินทางไกลๆ ควรใช้บริการรถสาธารณะน่าจะดีกว่า

สภาพอากาศของเวียดนามเหนือโดยเฉลี่ยแล้วอากาศดี สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 15-25 องศาเซลเซียส แบ่งออกเป็น 4 ฤดู หน้าหนาวจะอยู่ช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะมีอากาศหนาวเย็น อยู่ที่ประมาณ 7-20 องศา และต่ำกว่านั้นในบริเวณบนยอดเขา เช่น เมืองซาปา หน้าฝน (ใบไม้ผลิ) จะเริ่มตั้งแต่มีนาคม-เมษายน มีฝนตกเพียงเล็กน้อย หน้าร้อนจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม อุณหภูมิประมาณ 30-39 องศา และจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงช่วงกันยายน-พฤศจิกายน อุณหภูมิ 23-28 องศา ซึ่งถ้าถามว่าไป เที่ยวฮานอย ควรไปช่วงไหนดี เราขอตอบว่า ไปได้ทั้งปี ส่วนหน้าไหนที่น่าไปมากที่สุด สำหรับคนไทยอยู่ในเมืองร้อน แน่นอนหน้าหนาวน่าจะเป็นช่วงที่ดีที่สุด

เมื่อนึกถึงการมาเที่ยวฮานอย สิ่งที่นักท่องเที่ยวนึกถึงอย่างแรกน่าจะเป็นการจราจรเอกลักษณ์สไตล์เวียดนาม มันเป็นยังไงน่ะเหรอ ก็มอเตอร์ไซค์หรือสามล้อ ขับขี่ฉวัดเฉวียน ปาดซ้าย ปาดขวา ไม่แคร์ทุกสิ่ง แต่ที่แปลกคือแทบจะไม่ชนกันเลย คือเป็นอะไรที่อเมซิ่งมากในสายตาของชาวต่างชาติ ต้องหยุดถ่ายรูปกันทุกคน รวมถึงเสียงแตรรถที่กดกันเป็นว่าเล่น โดยแรกๆ คุณอาจจะมีความรู้สึกรำคาญ เฮ้ย อะไรกัน แต่อยู่ไปสักพักก็จะชินไปเอง บริเวณที่สามารถชมความอเมซิ่งนี้ก็จะอยู่บริเวณสี่แยกฮานอยอันโด่งดัง ที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟบนตึกให้ได้นั่งชมวิวฝูงมอเตอร์ไซค์ถนนข้างล่างได้

ฮานอยยังเป็นแหล่งสตรีทฟู้ดอันดับต้นของเอเชีย มีทุกอย่างที่คุณอยากจะทาน ส่วนอาหารท้องถิ่นของเวียดนามเหนือนั้นจะออกไปทางรสชาติจืดๆ และมัน อาจจะไม่ถูกปากคนไทยหลายๆ คน ก๋วยเตี๋ยวเวียดนามหรือเฝอที่คนไทยรู้จักนั้น ก็มีให้เลือกมากมายตามข้างทาง นอกจากนี้อาหารฝรั่งก็สามารถหาทานได้ง่ายในฮานอยเช่นกัน ร้านกาแฟเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ชาวฮานอยนิยมมากันมาก คือท่านที่ไปครั้งแรกอาจสงสัยว่าทำไมชาวฮานอยถึงออกมานั่งตามร้านกาแฟกันได้มากมายขนาดนี้ ก็เป็นไลฟ์สไตล์ของคนเวียดนามเขาล่ะ

แสงสียามค่ำคืนของฮานอยก็เป็นอีกอย่างที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ด้วยค่าครองชีพที่ไม่สูง ราคาอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ จึงอยู่ในระดับที่ถูกมากถ้าเทียบกับเมืองหลวงอื่นๆ ในแถบนี้ โดยเฉพาะ Bia Hoi หรือเบียร์เฮย เป็นเบียร์สดสไตล์เวียดนาม ที่เรียกได้ว่าเป็นทีเด็ดของย่านโอลด์ควอเตอร์ ที่จะทำสดๆทุกวัน ไม่ใส่สารกันบูด ดังนั้นจึงทำให้มีอายุเบียร์แค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น ที่สำคัญราคาที่แสนถูก อยู่ที่ 7-8 บาทต่อแก้วเท่านั้น ท่านสามารถหา Bia Hoi ได้ในทุกที่ ขายกันเป็นน้ำเปล่าเลยก็ว่าได้

ตามที่กล่าวข้างต้นฮานอยเป็นสวรรค์ของชาวแบ็คแพ็คเกอร์ ที่ต้องมาเก็บให้ได้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ถ้าคุณรักที่จะสังสรรค์ พบปะผู้คนล่ะก็ ฮานอยจะเป็นเมืองในฝันของคุณเลยล่ะ

สิ่งที่ควรระวัง สำหรับใครที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศบ่อยๆ ก็น่าจะมีวิธีการระวังตัวเองอยู่แล้ว แต่การมาเวียดนามอาจจะแตกต่างจากหลายๆ ประเทศ สิ่งที่ควรระมัดระวังก็คือ รถราบนท้องถนน การเที่ยวฮานอย ส่วนใหญ่เราจะเดินทางโดยการเดินเสียส่วนใหญ่ ต้องระวังรถที่จะมาเฉี่ยวชนได้ตลอดเวลา ขับกันแบบว่าไม่ค่อยจะสนใจคนเดินเท้าสักเท่าไหร่ เวลาเดินข้ามถนนก็ควรมองซ้ายมองขวาให้ดีก่อนตัดสินใจ ถึงแม้คุณจะเดินอยู่บนทางเท้าดีๆ แต่กระนั้นก็ไม่สามารถการันตีได้ว่ารถจะระวังคุณ เพราะที่นี่คือฮานอย

เวลาคุณจะซื้อของอะไรก็แล้วแต่ ถึงแม้ว่าจะแปะราคาไว้เป็นอย่างดีหรือเขาเสนอราคามาในราคาใดราคาหนึ่ง แต่พอคุณจะจ่ายกลับเป็นอีกราคาซะงั้น งงดิ ดังนั้นคุณควรตกลงราคาสินค้าทุกอย่างให้แน่ใจก่อนยื่นเงินให้ และนับเงินทอนทุกครั้ง ด้วยเวียดนามเป็นประเทศที่ใช้ค่าเงินที่มีเลขศูนย์เยอะ บางทีคุณอาจจะสับสนและไม่ค่อยสนใจเท่าที่ควร มารู้ตัวอีกทีก็หายไปหลายร้อยบาทแล้ว

ที่สำคัญอีกอย่างก็คือควรระวังเรื่องมิจฉาชีพ พวกนี้จะเล็งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เวลาไปเดินข้างนอกควรพกกระเป๋าสะพายติดตัวตลอดเวลา เอาไว้เก็บของส่วนตัวและของมีค่า ไม่ควรทิ้งไว้ที่โรงแรม โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีกระเป๋าถือ เคยมีหลายเคสแล้วที่มิจฉาชีพขี่มอเตอร์ไซด์มาแล้วกระชากไปทั้งกระเป๋า จบเลยชีวิต หรือพวกกระเป๋าผ้าประเภท tote bag ที่ง่ายต่อการล้วง ก็ไม่ควรใส่ของมีค่าไว้เช่นกัน ส่วนพาสปอร์ตก็ควรถ่ายสำเนาไว้นหาย ของหายนี่จบทริปกันเลยจ้า อดกลับบ้านอีก เรื่องยาว

ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้หวังจะทำลายอรรถรสการมาเที่ยวหรือหมายความว่าคนเวียดนามจะเป็นแบบนี้ทุกคน แต่จุดประสงค์คือต้องการนำเสนอวิธีการรับมือกับพวกที่ไม่หวังดีกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกที่ ทุกประเทศ ท่านสามารถจำไปใช้ได้ไม่ใช่แค่ที่ฮานอยเท่านั้น

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*