ททท. สำนักงานภาคกลาง นำนักท่องเที่ยวจีนขับรถ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมและวัฒนธรรม (12)

คาราวานขับรถสำรวจเส้นทาง และสินค้าท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลาง Thailand Self-Driving Promotion ของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน นำโดย นายกรัณย์ ชื่นในธรรม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเฉินตู ประเทศจีน เยี่ยมชม เป็นวันที่ 5 เมืองมัลลิกา ร.ศ.124

เมืองมัลลิกา เป็นเมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประกาศเลิกทาส ทรงออก “พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124” เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ซึ่งวันที่ 1 เมษายนของทุกปี ถือเป็น วันเลิกทาสไทย

วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ. 124 มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายด้าน ที่เด่นชัดมากคือการประกาศเลิกทาส เมื่อทาสได้รับความเป็นไทพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัยและทำมาหากินด้วยตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือการดูแลของบรรดาเจ้าขุนมูลนายอีกต่อไป พวกเขาต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด พึ่งตนเอง และอยู่ร่วมกับคนสยามทุกหมู่เหล่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยในยุคปัจจุบัน

เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เป็นเมืองโบราณ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 60 ไร่ จำลองวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ในสมัยอดีต ในรัชกาลที่ 5 หลังการประกาศเลิกทาส หากใครที่ได้เข้ามาก็จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

ย่านการค้า ในสมัย ร.ศ. 124 มีย่านการค้าที่ขึ้นชื่อและมีสินค้ามากและทันสมัยสำหรับยุคสมัยนั้น ได้แก่ สะพานหัน ชื่อนี้เรียกตามจาก ลักษณะของตัวสะพานที่ สมัยก่อนนั้นจะเป็นไม้แผ่นเดียวพาดข้ามคลอง ปลายข้างหนึ่งตรึงแน่นกับที่ ส่วนอีกข้างจะไม่ตอกติด จับหันไปมาได้เพื่อให้เรือแล่นผ่านต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างใหม่เป็นสะพานโครงเหล็กพื้นไม้ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เปลี่ยนทำเป็นแบบสะพานริอัลโตทีนครเวนิซ และที่ปองเตเวกคิโอ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี คือ เป็นสะพานไม้โค้งกว้าง สองฟากสะพานมีห้องแถวเล็กๆ ให้ขายของ ส่วนตรงกลางเป็นทางเดิน ซึ่งสะพานนี้ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ชอบเสด็จประพาสเพื่อซื้อผลไม้แห้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่นลูกพลับแห้ง และผลไม้แห้งต่างๆ นานาชนิด

ในสมัย ร.ศ. 124 มีย่านการค้าที่ขึ้นชื่อและมีสินค้ามากและทันสมัยสำหรับยุคสมัยนั้น ได้แก่ ย่านถนนแพร่งนรา ชื่อถนนมาจากพระนาม “พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์“ ซึ่งมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายวรวรรณษกร ต้นราชสกุลวรวรรณ ณ อยุธยา เป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาเขียน ทรงรับราชการในกรมพระคลังมหาสมบัติ ตำแหน่งรองเสนาบดี ประทับ ณ วัง ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนกโปรดให้สร้างขึ้นริมถนนตะนาว มีอาณาเขตต่อจาก วังพระเจ้าบรมวงศ์กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ ขณะประทับ ณ วังนี้ โปรดให้สร้างโรงละครขึ้นชื่อโรงละครปรีดาลัย แสดงละครร้องนับเป็นโรงมหรสพแห่งแรกของไทย ในครั้งนั้นสันนิษฐานว่า โปรดให้ตัดถนนผ่านกลางวังพร้อมกับสร้างตึกแถว สองข้าง คนทั่วไปจึงเรียกถนนตามพระนามเจ้าของวังว่า “ถนนแพร่งนรา”


ถนนแพร่งภูธร ชื่อถนนมาจากพระนาม “พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์“ ซึ่งมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายทวีถวัลยลาภ ต้นราชสกุลทวีวงศ์ เป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาตลับทรงรับราชการตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงนครบาล ประทับ ณ วัง บริเวณริมถนน หัวมุมสี่กั๊กเสาชิงช้า ริมถนนบ้านตะนาว ครั้นกรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 2440 หม่อมเจ้าในกรมได้ขายวังให้กับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึกแถว และตัดถนนผ่านบริเวณวัง เรียกชื่อตามพระนามเจ้าของวังว่า “ถนนแพร่งภูธร”


ถนนแพร่งสรรพศาสตร์ ชื่อถนนมาจากพระนาม “พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ“ พระนามเดิมคือ พระองค์เจ้าชายทองแถม ถวัลยวงศ์ ต้นราชสกุลทองแถม เป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ทรงรับราชการตำแหน่ง กรมช่วยมหาดเล็ก เป็นผู้บังคับการกรม ประทับ ณ วังริมถนนบ้านตะนาว ในอาณาเขตต่อจากวัง พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ เมื่อ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ สิ้นพระชนม์ ทายาทได้ขายพื้นที่ตั้งวัง ให้กับเอกชน ตัววังถูกรื้อสร้างอาคารพานิชย์ และตัดถนนผ่าน ถนนผ่านบริเวณวังเรียก ชื่อตามพระนามเจ้าของวังว่า “ถนนแพร่งภูธร”
ย่านบางรัก เป็นย่านการค้าที่สำคัญ มีร้านค้าที่ทันสมัยอยู่มาก ย่านเยาวราช อันเป็นย่านที่มีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่มาก มีวัฒนธรรมการกินอยู่ที่น่าสนใจ มีอาหารจีนอร่อย รวมถึงของกินที่แปลกใหม่สำหรับสมัยนั้น อาทิ ข้าวเสียโป

เมืองมัลลิกาตั้งอยู่ตรงทางเข้าประสาทเมืองสิงห์ ติดปั๊มบางจาก ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญฯ ห่างจากตัวเมืองกาญ 32 กม. เปิดบริการทุกวันเจ้าค่ะ 9.00 – 21.00 น.

ค่าบริการ : • ราคาเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 1 วัน ราคา 150 บาท, • ราคาเข้าชมสำหรับเด็ก 1 วัน ราคา 75 บาท, • ราคาเข้าชมรวมอาหารเย็นและโชว์สำหรับผู้ใหญ่ 550 บาท, • ราคาเข้าชมรวมอาหารเย็นและโชว์สำหรับเด็ก 350 บาท

ราคาเช่าชุดไทย : 200 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 100 บาทสำหรับเด็กเจ้าค่ะ (มีล็อกเกอร์ไว้ให้เก็บของส่วนตัวก่อนเข้าเยี่ยมชมในเมือง ราคาเช่าชุดสำหรับผู้ใหญ่ ช่วงเย็นระหว่าง 16.30 – 21.00 น. ลดเหลือ 150 บาท)

สำหรับการเข้าชมเป็นหมู่คณะ โทร. 034- 540884-6 หรือ 081-9446352 Facebook : เมืองมัลลิกา ร.ศ.124

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*