การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. สำนักงานภาคกลาง สำรวจแหล่งท่องเที่ยวชุมชน (1)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. สำนักงานภาคกลาง เชิญชวนสื่อมวลชน ร่วมทำการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ในพื้นที่ภาคกลาง เส้นทาง กรุงเทพ-พระนครศรีอยุธยา-ชัยนาท-สุพรรณบุรี-สิงห์บุรี-ลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง แวะเยี่ยมชม วาสนาฟาร์ม ผู้ผลิตเมล่อนในยี่ห้อ ฟาร์มเฟรช Farm Fresh ในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี

วาสนาฟาร์ม เกิดจากความตั้งใจของสามพี่น้อง คือ คุณภานุวัฒน์ อรุณโรจน์ศิริ, คุณวาสนา สุพิงค์ และ คุณสรชา อรุณโรจน์ศิริ โดยมีกำลังสำคัญคือ คุณภานุวัฒน์ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่หันจับงานเกษตรอย่างจริงจังเมื่อ 17 ปีที่แล้ว

คุณภานุวัฒน์ เรียนจบวิศวกรรมเครื่องกล จากเทคโนโลยีมหานคร และทำงานด้านอุตสาหกรรม จนเมื่อปี 2540 ซึ่งเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง หลายธุรกิจได้รับผลกระทบ เขามองว่า งานที่ทำอยู่อาจจะไม่สดใสนัก จึงมองหาธุรกิจใหม่ และเมื่อมาศึกษาภาคเกษตรเขาก็สนใจและหันมาจับงานที่ไกลตัวจากสิ่งที่ได้ศึกษามามาก

คุณภานุวัฒน์ อรุณโรจน์ศิริ นำชมห้องผสมปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช การให้น้ำ และอื่นๆ ซึ่งเป็นห้องศูนย์หลาง และจัดทำเป็นระบบท่อ ส่งไปยังแปลงปลูกทั้งนอกโรงเรือน และในโรงเรือน

เริ่มแรก คุณภานุวัฒน์ ใช้พื้นที่ 12 ไร่ ที่มีอยู่ปลูกพืชหลายชนิด คือ ผักอินทรีย์ แคนตาลูป เมล่อน และมะละกอเรดมาราดอร์ หรือฮอลแลนด์ แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะทุ่มเทให้กับผลผลิตเพียงชนิดเดียวที่เขามองว่ามีอนาคตที่ดีกว่าพืชชนิดอื่น นั่นคือ เมล่อน และแคนตาลูป จากพื้นที่ปลูกเพียง 1 ไร่ ก็ค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น 170 ไร่ ในปัจจุบัน

คุณภานุวัฒน์ ให้เหตุผลที่เลือกพัฒนาแคนตาลูป และเมล่อน ว่า เมล่อนเป็นสินค้าที่มีราคาสูง ขณะเดียวกันผู้ผลิตก็ต้องมีความรู้ ต้องใช้เทคโนโลยี และค่อนข้างเสี่ยงต่อความเสียหาย ซึ่งเป็นข้อจำกัดของพืชชนิดนี้ แต่ก็เป็นตัวบ่งบอกว่าคู่แข่งทางการตลาดก็จะมีน้อยตามไปด้วย ความยากในการผลิตกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับคุณภานุวัฒน์ ที่จะต้องหาคำตอบ 

แปลงนอกโรงเรือน แผ่นพลาสติคสีเหลือง จะเคลือบกาวไว้ เพื่อดักจับแมลง ส่วนท่อยางมุมล่างขวา คือ ท่อส่งน้ำ ปุ๋ย จากส่วนกลาง

“ผมทดลองสายพันธุ์ที่นี่มากกว่า 30 ชนิด ซึ่งการทดลองแต่ละสายพันธุ์ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี แต่ถ้าจะให้แม่นยำจริงๆ ก็คือ 3 ปี จึงจะสรุปได้ว่า สามารถปลูกได้ในพื้นที่นี้ได้และสามารถทำตลาดได้ต่อเนื่อง เราพยายามหาสายพันธุ์เองทั้งสายพันธุ์ของไทย ของไต้หวัน และของญี่ปุ่น”

ผลจากความพยายามในการคัดสรรสายพันธุ์แคนตาลูป และเมล่อน วาสนาฟาร์ม จึงลงตัวที่ผลผลิตคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด จำนวน 8 สายพันธุ์ นั่นคือ กลุ่มเมล่อน ก็จะมีออเรนจ์เนต (เนื้อส้ม) กรีนเนต (เนื้อเขียว) ไซตามะเมล่อน ส่วนกลุ่มแคนตาลูป ก็จะมีท็อปซัน (เนื้อส้ม) ท็อปสตาร์ (เนื้อเขียว) สีทอง จะมีพันธุ์ ท็อปโกลด์ (เนื้อขาว) โกลเด้นท์ ซัน (เนื้อส้ม) และ ซันไช่ แอปเปิ้ลเมล่อน ซึ่งเป็นพันธุ์จากไต้หวัน

วาสนา ฟาร์ม มีพื้นที่ในการปลูกเมล่อน และแคนตาลูป ทั้งในโรงเรือน และกลางแจ้ง ซึ่งมีปัญหาให้แก้ไขที่แตกต่างกัน แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้ได้เรียนรู้และศึกษาวิธีการแก้ไขไปพร้อมๆ กัน โดยภายในโรงเรือนแห่งนี้ สามารถปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตในทุกฤดู เพราะสามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

แต่ไม่ว่าจะในโรงเรือน หรือกลางแจ้ง วาสนา ฟาร์ม เตรียมการสำหรับการให้น้ำ ปุ๋ย สารอาหาร และสิ่งที่พืชต้องการ โดยจัดทำเป็นระบบท่อ จากโรงเรือนที่ใช้ในการเตรียมวัสดุ ส่งทางท่อไปยังแปลงทั้งในโรงเรือนและนอกโรงเรือน ทีเดียวพร้อมกันทั้งหมด ด้วยความรู้ทางวิศวกรรม ของคุณภาณุวัฒน์ เอง ในการบริหารจัดการด้านนี้ ซึ่งยินดีพาเข้าไปชมถึงห้องควบคุมการทำงานเลยทีเดียว

แผนการปลูกเมล่อนของ วาสนา ฟาร์ม จะมีการวางแผนลงปลูกทุก 7 วัน ครั้งละ 10,000-14,000 ต้น เพื่อส่งผลผลิตให้กับห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งก็จะมี คาร์ฟูร์, เดอะมอลล์, ท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต, โกลเด้นท์ เพลส, เลมอน ฟาร์ม และบริษัทส่งออกเล็กๆ อีก 2-3 ราย ซึ่งจะส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 800-1500 กก. โดยจะตัดเมล่อนทุกวันหรือวันเว้นวัน และจำหน่ายภายใต้ยี่ห้อ ฟาร์มเฟรช Farm Fresh

คุณภานุวัฒน์บอกว่า ความสำเร็จในการทำตลาดนั้นต้องมาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 1. สามารถสร้างความต่อเนื่องของสินค้า, 2. สามารถสร้างแบรนด์ของสินค้า, 3. สามารถรักษาคุณภาพ และ 4. สามารถรักษาความปลอดภัยของสินค้าเพื่อให้กลุ่มผู้บริโภคมั่นใจ นอกจากนี้ ยังยินดีที่จะเผยแพร่ความรู้นี้ไปยังเกษตรกรที่สนใจ สามารถติดต่อพูดคุยได้ทันทีโดยตรง

ติดต่อได้ที่ วาสนา ฟาร์ม เลขที่ 67 ม.5 ต.หนองปลิง อ.หนองแค จ.สระบุรี โทร. 081-9948868

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*