ททท. ภาคกลาง นำสื่อมวลชน สำรวจเส้นทางโครงการ “เมืองไทย ใครๆ ก็เที่ยวได้” เชียงใหม่-เชียงราย-ลำปาง (5)

ททท. ภาคกลาง นำสื่อมวลชน สำรวจเส้นทางโครงการ “เมืองไทย ใครๆ ก็เที่ยวได้” เยี่ยมชม กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ค่ายเม็งรายมหาราช สักการะพระบาทคู่ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ศาลารอยพระบาทคู่

ประวัติความเป็นมาของศาลารอยพระบาท เริ่มจากสถานการณ์ก่อการร้ายในจังหวัดในปี พ.ศ.2497 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานจำนวนเดินทางเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อแสวงหาแนวร่วมพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเขาที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน จังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่าน รวมทั้งพื้นที่ชายแดนด้านจังหวังพะเยาในปัจจุบันบางส่วฟนภายหลังจากสามารถปลุกระดม ชาวเขาได้บางพื้นที่จนสำเร็จในปี พ.ศ.2507 ได้คัดเลือกส่งไปอบรมวิชาการเมืองการทหารรุ่นแรก ที่เมืองฮัวมินห์ ประเทศธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อกลับมาเตรียมงานในพื้นที่ไว้รอรับสมาชิก พคท. ซึ่งได้เดินทางเข้าสู่ พื้นที่จังหวัดเชียงราย ในปี พ.ศ.2509 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการชี้นำด้านการเมืองและการทหาร

เมื่อสามารถขยายเขตงานได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง พคท. จึงเปิดฉากการต่อสู้ด้วยอาวุธกับเจ้าหน้าที่ในภาคเหนือขึ้นเป็นครั้งแรกที่บ้านน้ำปาน ต.นาไร่หลวง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน เมื่อ 26 ก.พ. 2510 ซึ่งถือว่าเป็นวัน “เสียงปืนแตก” ของ พคท. ในเขตภาคเหนือ จากนั้นได้ขยายการต่อสู่เรื่อยมา โดยในวันที่ 9 พ.ค. 2510 ได้มีการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลที่ บ้านห้วยชมภู ต.ยางฮอม อ.เทิง จ.เชียงราย (เป็นครั้งแรก ในเขตพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น)

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 พคท. สามารถจัดตั้งฐานที่มั่นในภาคเหนือได้ถึง 9 แห่ง และฐานที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ ฐานที่มั่น ดอยยาว-ดอยผาหม่น จ.เชียงราย พคท. ได้จัดตั้งคณะทำงานในรูป “คณะกรรมการจังหวัดเชียงราย” แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 4 เขตงาน คือ เขตงาน 52 เขตงาน 9 เขตงาน 7 และเขตงาน 8

สำหรับพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น เป็นพื้นที่ควบคุมของ เขตงาน 8 ในเขต อ.เทิง และอ.เชียงของ จ.เชียงราย รวมทั้งพื้นที่ อ.เวียงแก่น อ.ขุนตาลในปัจจุบันนี้ ด้วยกองกำลังติดอาวุธของ พคท. ขณะนั้นมีประมาณ 600 คน มีมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง อีกประมาณ 2,300 คน

ความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการสร้างทางและการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง การสู้รบสมรภูมิแห่งนี้เกิดขึ้นหลายยุทธการ เช่น ยุทธการอิทธิชัย (วีรกรรมดอยม่อนเคอ) ยุทธการขุนห้วยโป่งและยุทธการเกรียงไกร (วีรกรรมเนิน 1188 พญาพิภักดิ์)

โดยใช้กำลังทหารในพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าปฏิบัติการตรวจล้างและปราบปราม ผกค.ตามคำสั่ง ทภ.3/กอ.รมน.ภาค 3 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 – พ.ศ. 2525 จึงสามารถกำชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือ พคท.

ในปี พ.ศ. 2524 พัน.ร.473 ซึ่งมี พ.ท.วิโรจน์ ทองมิตร เป็น ผบ.พัน (ตำแหน่งปกติ ผบ.ร.17 พัน.3) เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ ดอยยาว – ดอยหม่น ตามแผนการเพื่อต่อสู่เอาชนะคอมมิวนิสต์ จนเกิดยุทธการยึดเนิน 1188 บนยอดดอยพญาพิภักดิ์ได้ ทำให้ พคท. ล่มสลายในที่สุด

ในวันที่ 27 ก.พ. 2525 ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราชองค์จอมทัพไทย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ เพื่อทรงเยี่ยมทหารกล้าและราษฎร ณ ฐานปฏิบัติการดอยพญาพิภักดิ์ บนสันดอยยาว อ.เทิง จ.เชียงราย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาพระราชทานประทับรอยพรบาทของพระองค์ลงบนแผ่นปูนปลาสเตอร์ที่เตรียมไว้ เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารกล้าทั้งปวงนับตั้งบัดนั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบัน รอยพระบาทฯ คู่หนึ่งประดิษฐานอยู่ ณ ศาลารายพระบาทกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของกำลังพลคู่กับอนุสาวรีย์ผู้เสียสละสืบต่อไป อีกคู่หนึ่งเก็บรักษาไว้ที่จังหวัดเชียงราย

ค่ายเม็งรายมหาราช เลขที่ 256 หมู่ที่ 15 ถนนหน้าค่าย ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57000 Email : itmtb@gmail.com โทร. 0-5371-1200

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*