ททท.ภาคกลาง จัดกิจกรรม “เปิดเมืองปั่น ชมปทุมธานี 2019”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ จังหวัดปทุมธานี, เครือเนชั่นกรุ๊ป, ชมรมจักรยานท่องเที่ยวปทุมธานี, ​เครือข่ายคนจักรยานและหน่วยงานภาครัฐ จัดกิจกรรม “เปิดเมืองปั่น ชมปทุมธานี 2-19” ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2562

โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 เส้นทาง วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562 กิจกรรมปั่นท่องเที่ยว ระยะทาง 40 กม. ซึ่งเป็นฝั่งตะวันตกของจังหวัดปทุมธานี มีจุดเด่นของเส้นทางปั่นท่องเที่ยวผ่านท้องทุ่งนาข้าวเขียวขจี และธรรมชาติ วัด โบราณสถานที่สำคัญ ความเป็นอยู่วิถีชีวิตของชาวบ้านริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตามเส้นทาง วัดโบสถ์-วัดสิงห์-โบราณสถานเตาโอ่งอ่าง-วัดถั่วทอง ตลาดชาวบ้าน และกลับมาที่วัดโบสถ์

และในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 กิจกรรมปั่นแข่งขัน ระยะทาง 80 กม. ซึ่งเป็นฝั่งตะวันออก มีจุดเด่นของเส้นทาง ปั่นแข่งขันเป็นแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ ความสมัยใหม่ ตามเส้นทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ-คลอง 5-เลียบคลอง 6-วัดปัญญานันทาราม-คลอง 13-คลองระพีพัฒน์-ผ่านวัดจุฬามณี-ผ่านวัดศิริจันทร์-กลับมาเข้าเส้นชัยที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ

การจัดกิจกรรม“เปิดเมืองปั่น ชมปทุมธานี 2019” ทั้ง 2 เส้นทางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดปทุมธานี โดยใช้การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ รณรงค์การใช้จักรยานเพื่อช่วยลดมลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดปทุมธานี อันจะก่อให้เกิดการกระจายรายได้เข้าชุมชนอีกช่องทางหนึ่ง

สำหรับเส้นทางการปั่นท่องเที่ยวในวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562 ที่มีจุดเด่นของเส้นทางปั่นท่องเที่ยวผ่านท้องทุ่งนาข้าว ธรรมชาติ และวัด เริ่มต้นที่จุดแรก ชมวัดโบสถ์ อำเภอสามโคก เป็นจุดเริ่มต้น / Finish ที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คือ หลวงพ่อเหลือ ถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเมืองปทุมธานี รอบๆ วัด มีทิวทัศน์ที่สวยงาม สถานที่ตั้งของวัดโบสถ์อยู่บริเวณคุ้งน้ำท้องมังกรของแม่น้ำเจ้าพระยา รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เทศนาธรรมองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนั้นภายในบริเวณวัดยังมีตลาดริมน้ำชื่อ ตลาดประชารัฐ ขายอาหารคาว หวาน จากฝีมือชาวบ้านท้องถิ่นที่รสชาติอร่อย สำหรับผู้มาเที่ยววัดอีกด้วย

ชมวัดสิงห์ จุดแวะทำบุญไหว้พระ เป็นสถานที่สำคัญของเมืองปทุมฯฝั่งตะวันตก เป็นวัดโบราณ สร้างมานานคู่เมืองสามโคก วัดสิงห์ วัดเก่าแก่คู่เมืองสามโคกตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อาทิ อุโบสถ – สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีร่องรอยของการบูรณะในสมัยรัตนโกสินทร์อยู่บ้าง หน้าบันด้านหลังเป็นไม้แกะสลัก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง, วิหารน้อย – ตั้งอยู่ด้านข้างกับอุโบสถ มีฐานแอ่นโค้งเหมือนเรือสำเภอ อันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยเดียวกัน นามว่า หลวงพ่อดา, โกศพญากราย – โกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย พระมอญธุดงค์ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาสวาส เป็นโกศปูนประดับด้วยลวดลายปูนปั้นและกระจกสี บรรจุอัฐิของ พญากราย พระราชาคณะ และอดีตเจ้าอาวาสที่คราองวัดในช่วงรัชกาลที่ 2, เจดีย์ – ตั้งเรียงกันหน้าอุโบสถ มีจำนวน 6 องค์ รูปแบบเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง, กุฏิพระโบราณสมัยอยุธยา – กุฏิสงฆ์ ศิลปะตะวันตกซึ่งได้ถล่มลงเมื่อปี พ.ศ. 2554 วันนี้ได้รับการบูรณะให้กลับมาสวยงามอย่างเดิมแล้ว, ศาลาดิน – อาคารเก่าแก่สมัยอยุธยา ที่สำคัญเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” พุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยศิลปะอยุธยา มีอายุกว่า 320 ปี และด้านหลังหลวงพ่อโตจะมี “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปปางไสยาสน์ อันเป็นที่เคาระศรัทธาของชาวชาวรามัญมาแสนนาน ว่ากันว่า ใครอยากประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน ให้มาขอพรและถวายมะพร้าวอ่อน

โบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ด้วยย่านนี้เป็นแหล่งศูนย์กลางของชาวมอญมาแต่โบราณกาล ในอดีตมีเตาเผาสามโกคกตั้งเรียงรายกัน ตั้งห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 100 ม. เตาเผาโบราณนี้มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์มากที่สุด อันเป็นที่มาของชื่อบ้านนามเมืองโคกที่ 3 ภายในมีเศษภาชนะหินเผา เครื่องถ้วยชาม เศษอิฐมอญ ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยชามจีนกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เป็นเนิซากเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาสมัยอยุธยา มีความกว้าง 30 ม.ยาว 40 ม. สัฯฯิษฐานว่า สถานที่นี้เป็นจุดแรกในสมัยที่ชาวมอญอพยพตั้งหลักแหล่งทำการค้าในสิ่งที่ตนถนัด คือ ทำเครื่องปั้นดินเผา เช่น อิฐ ครก อ่าง กระปุก หวด หม้อน้ำ ตะคัน เตา ฝาหม้อ ท่อน้ำดินเผา กระเบื้องปูพื้น กระเบื้องมุงหลังคา พระพุทธรูป เป็นต้น

วัดถั่วทอง และจุดแวะทำบุญไหว้พระ เป็นวัดเก่าแก่มีภูมิทัศน์ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับการบอกเล่าว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 ในปี พ.ศ. 2380 ตามหลักฐานบางอย่างที่ยังพอมีหลงเหลือ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2480 (อุโบสถหลังเก่า) มีประวัติเล่ากันว่า เดิมที่วัดถั่วทอง มีชื่อเต็มว่า “วัดถั่วทองราษฎรประชุมพล” เพราะว่ามีเค้าโครงภูมิทัศน์ที่เหมาะสมกับการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกัน ซึ่งได้มีการจัดทำตลาดขึ้นเพื่อจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน พืชผัก ผลไม้ที่ชาวบ้านในพื้นที่แห่งนี้นำมาขาย และเนื่องจากวัดถั่วทองเป็นวัดเก่าแก่ และเป็นวัดที่มีความเป็นมาอย่างยาวนาน มีหลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านทั้งชาวพุทธและชาวมอญ ให้ความเคารพและศรัทธามายาวนาน และยังสามารถทำบุญให้อาหารปลาได้อีกด้วย

เส้นทางปั่นแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 มีจุดเด่นของเส้นทางปั่นแข่งขันเป็นแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ ความสมัยใหม่ของฝั่งตะวันออกจังหวัดปทุมธานี โดยเริ่มที่พอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ เป็นถานที่จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เผยแพร่พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจนานัปการ ที่พระองค์ทรงปฏิบัติบำเพ็ญด้วยพระวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถ เพื่อพระราชทานความผาสุกร่มเย็นแก่พสกนิกรทั่วประเทศ

นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม “เปิดเมืองปั่น ชมปทุมธานี 2019” ในครั้งนี้ โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้แบ่งเป็น 2 เส้นทาง คือ 1.  เส้นทางปั่นท่องเที่ยว จำนวน 40 กม. และ 2. เส้นทางปั่นแข่งขันจำนวน 80 กม. ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เห็นถึงเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยว ที่มีความสวยงามของจังหวัดปทุมธานี

ททท.หวังว่าการจัดกิจกรรม “เปิดเมืองปั่น ชมปทุมธานี 2019” ครั้งนี้ จะทำให้ท่านรู้จักถึงแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายของจังหวัดปทุมธานีเพิ่มมากขึ้น และอยากเชิญชวนให้ทุกท่านบอกต่อถึงความสวยงามของจังหวัดปทุมธานี”

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*