ททท.ภาคกลาง จัดกิจกรรม “เปิดเมืองปั่น ชมปทุมธานี 2019” (1)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ จังหวัดปทุมธานี, เครือเนชั่นกรุ๊ป, ชมรมจักรยานท่องเที่ยวปทุมธานี, ​เครือข่ายคนจักรยานและหน่วยงานภาครัฐ จัดกิจกรรม “เปิดเมืองปั่น ชมปทุมธานี 2-19”

เส้นทางของการแข่งขัน แวะเยี่ยมชม วัดสิงห์ อ.สามโคก ปทุมธานี

“สามโคก” เป็นหนึ่งอำเภอในจังหวัดปทุมธานี มีความเก่าแก่ตั้งแต่ครั้งสมัยอยุธยาเป็นราชธานี เดิมมีชื่อว่า “เมืองสามโคก” เพราะมีโคกโบราณตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน ในสมัยนั้นมีชาวมอญได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนบริเวณนี้ ต่อมาครอบครัวชาวมอญขยายตัวเจริญรุ่งเรืองจนเป็นชุมชนขึ้น ปัจจุบันอำเภอสามโคกมีวัดวาอารามเก่าแก่ที่ยังคงศิลปะสมัยอยุธยาและมอญให้ชมอยู่หลายแห่ง

“วัดสิงห์” เป็นวัดคู่เมืองสามโคกมาอย่างช้านาน โดยวัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่า

วัดสิงห์เป็นวัดโบราณ ในบันทึกพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเป็นวัดคู่เมืองสามโคก บริเวณนี้มีการอพยพเข้าออกมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนของชาวมอญมาหลายยุคสมัย ตามการสันนิษฐานวัดแห่งนี้น่าจะสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถหรือในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ช่วงปี พ.ศ.2202-2210  ที่ตั้งของวัดอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา  มีคลองเชื่อมสำหรับเรือเข้าออกเรียกว่า คลองวัดสิงห์

ภายในมีวิหารโถง (ศาลาดิน) เป็นอาคารทรงไทยจั่วลูกฟักหน้าพรม มีมาลัยโดยรอบ มุงด้วยกระเบื้องเชิงชายทำเป็นบันแถลงรูปสามเหลี่ยมปลายเรียวโค้งรูปเทพพนมสลับกับรูปดอกบัวอ่อนช้อยสวยงาม

ภายในศาลาดินมีเสาทั้งระเบียงเรียงรายรอบเป็นจำนวนมาก พื้นปูด้วยกระเบื้องดินเผาขัดมัน ด้านข้างทั้งสองก่ออิฐยกแนวเป็นอาสนะสงฆ์ เสาของอาคารเป็นเสาไม้กลมทาด้วยสีแดงเป็นอาคารเก่าแก่สมัยอยุธยา ด้านในมีพระพุทธรูปหลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ในวิหารโถง ก่อด้วยอิฐถือปูนลงรักปิดทองปางมารวิชัย เป็นศิลปะสมัยอยุธยา มีอายุกว่า 320 ปี และด้านหลังของหลวงพ่อโตจะมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ ชื่อว่า พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร)

ใกล้กับศาลาดินจะมองเห็นกุฏิหลังเก่า เป็นอาคารเก่าแก่สร้างในสมัยอยุธยาที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ และเป็นแบบอย่างอาคารที่คนไทยรับเทคนิคการก่อสร้างอาคารจากต่างชาติที่เข้ามาในสมัยอยุธยา

นอกจากนี้ยังมีอุโบสถเก่าแก่ของวัดสิงห์ โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยอยุธยาตอนกลาง มีการบูรณะครั้งใหญ่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นอาคารที่ใช้ในการทำสังฆกรรม ประกอบด้วยกำแพงแก้วล้อมรอบ ด้านในกำแพงก่อเป็นช่องสามเหลี่ยม บริเวณทางเข้าทำเป็นซุ้มโค้งก่ออิฐแบบกูบช้าง ทั้งด้านหน้าและด้านหลังศิลปแบบอยุธยา ภายในอุโบสถมีองค์พระประธานที่ก่อสร้างสมัยอยุธยาตอนกลาง (พระประธานจตุรทิศ) มีพระพุทธรูปเป็นพระประธานองค์ใหญ่ 2 องค์

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของวัดนี้คือมี “โกศพญากราย” ก่อด้วยอิฐฉาบปูนรูปแบบโกศโถทรงกระบอกกลมปากผาย ฝายอดปริกปูนปั้นประดับกระจก ตั้งอยู่ในบริเวณโบสถ์หน้าวิหารน้อยฐานเหลี่ยมย่อมุมตกแต่งด้วยลายปูนปั้นประดับด้วยลายบัวแวง ลายหน้ากระดานประจำยามก้ามปู ส่วนตัวโกศประดับด้วยลายปูนปั้นลายกาบพรหมศร และกาบกระจังโดยรอบตัวโกศ ส่วนยอดประดับด้วยบัวกลุ่ม 12 ชั้น บัวจงกลปลีคงยอดและหยาดน้ำค้างสวยงามโดดเด่นด้วยรูป และงดงามด้วยฝีมือปั้นปูนสดที่หาชมได้ยาก บรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดสิงห์

ด้านหลังของโกศพญากรายเป็น “วิหารน้อย” วิหารหลังเล็กก่อด้วยอิฐเป็นอาคารทรงไทย มุงด้วยกระเบื้องดินเผากาบู ด้านหน้ามีชายคาปีกนกยื่นออกมาจากตัวอาคาร ฐานของอาคารทำเป็นท้องสำเภาก่ออิฐเป็นฐานปัทม์แอ่นโค้ มีช่องประตูเข้าสู่วิหารด้านหน้า ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ด้านหน้าพระประธานมีพระอัครสาวกยืนซ้ายขวา

วัดสิงห์ ตั้งอยู่เลขที่ 17 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โทร. 02 9798 0535

โบราณสถานเตาโอ่งอ่าง อยู่ด้านหน้าวัดสิงห์ ซึ่งบริเวณนี้ได้ขุดค้นพบซากเตาเผาโบราณ ที่เรียกว่าโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือเป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญที่อพยพมาจากเมืองเมาะตะมะสมัยแรกใน บริเวณนี้ ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ในยุคปลายกรุงศรีอยุธยา

ที่เตาโบราณแห่งนี้พบตุ่มสามโคก หม้อ ไห โอ่ง อ่าง ซึ่งมีลักษณะเด่นเป็นภาชนะบรรจุที่ขนาดใหญ่ เนื้อแกร่ง หนา สีแดง ไม่เคลือบผิว ซึ่งผลิตจากเตาแหล่งนี้ เตาสามโคกมีบทบาทหลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี 2310 ต่อเนื่องมาถึงกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวรามัญเมืองสามโคกได้เลิกร้างการผลิตไป โดยส่วนใหญ่ย้ายการผลิตไปที่ เกาะเกร็ด เมืองนนทบุรีแทน เหลือเพียงโรงงานปั้นตุ่มสามโคกของนายคำนวณ เป็นคำ ที่ยังอยู่ที่สามโคก

เตาโอ่งอ่าง ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และริมคลองบ้านทาสข้างวัดสิงห์ เป็นเนินโคกเตาเผาสามโคกตั้งเรียงรายกัน โคกที่สามถูกรถไถเกรดเนินโคกเตาไปทำถนนจนหมดคงเหลือเพียงสองโคก เนินเตาที่หนึ่งมีพื้นที่กว้างประมาณ 300 ตารางวา มีต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นมะขาม ก้ามปู และปีบ ขึ้นโดยรอบบนเนินโคกเตาเต็มไปด้วยเศษอิฐและภาชนะเครื่องปั้นดินเผา เช่น โอ่ง อ่าง ครก เนินโคกเตาที่สอง อยู่ห่างจากเนินโคกเตาหนึ่ง ประมาณ 50 เมตร ใกล้กับคลองบ้านทาสเนินโคกเตาที่สองนี้ถูกถนนตัดผ่าน จึงเหลือเพียงส่วนเดียวพบแนวอิฐโครงสร้างเตาและเศษภาชนะเครื่องปั้นดินเผาอยู่โดยทั่วไป การขุดค้นทางโบราณคดีที่เตาเผาตุ่มสามโคก โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี องค์การบริหารส่วนตำบลสามโคกได้ร่วมกับสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ สถานแห่งชาติที่ 2 สุพรรณบุรี กรมศิลปกร ได้ทำการขุดแต่งเตาเผาตุ่มโคกเตาเผาที่หนึ่งเพื่อนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติ โบราณคดี เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2542 ผลการขุดแต่งพบซากโครงสร้างเตาปรากฏอยู่บนเนินเตา 1 เตา ลักษณะเป็นเตาก่อขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาในแนวทิศเหนือและทิศใต้ ลักษณะเตาเป็นเตาแบบระบายความร้อนผ่านแนวนอนมีรูปร่างเตาคล้ายเรือคว่ำหรือมะละกอผ่าซีกก่อด้วยอิฐ

หลังจากขุดแต่งเสร็จแล้วได้จัดทำหลังคาคลุมเนินโคกเตาป้องกันน้ำฝนซะล้างทำลายกำแพงเตา ปรับบริเวณด้านข้างเตาที่ติดกับถนนจัดทำโป๊ะศาลาน้ำสำหรับเรือนักท่องเที่ยวทางน้ำแวะมาชมและจัดทำถนนทางเข้าสู่เตาเผาตุ่มสามโคก เตาเผาตุ่มสามโคกเป็นเตาเผาที่ชนชาติมอญที่อพยพมาครั้งกรุงศรีอยุธยาและมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่สามโคกได้ก่อตั้งเพื่อเผาเครื่องปั้นดินเผาออกจำหน่ายเป็นสินค้าทางเรือมีทั้ง ตุ่ม อ่ง ครก หม้อ กระปุก และพระพุทธรูป ภาชนะที่สำคัญและเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ “ตุ่มสามโคก” ตุ่มดินเผาเนื้อดินสีแดงดังสีหมาก ใส่น้ำดื่มตามบ้านเรือนทั่วไป

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*