AAV ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 กำไรสุทธิ 497 ล้านบาท รายได้รวม 11,623 ล้านบาท อัตราส่วนผู้โดยสารแข็งแกร่งที่ 90% พร้อมเปิดฐานปฏิบัติการบิน “เชียงราย” เป็นแห่งที่ 7

RedQ watermark images to be shared with CAAM

บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ถือหุ้นใหญ่ บจ. ไทยแอร์เอเชีย (TAA) เผยผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ปี 2562 AAV มีรายได้รวมอยู่ที่ 11,623 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 497 ล้านบาท 

ในขณะที่ บจ. ไทยแอร์เอเชีย มีรายได้รวม 11,622 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิที่ 903 ล้านบาท โดยคงอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 90%

ทั้งนี้ สรุปรวมไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ไทยแอร์เอเชีย ขนส่งผู้โดยสาร 5.86 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นไปตามปริมาณที่นั่ง (Capacity) ที่เพิ่มสูงขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีจำนวนเครื่องบิน 62 ลำ พร้อมเปิดฐานปฏิบัติการบินเเห่งที่ 7 ที่จังหวัดเชียงราย ในไตรมาสนี้ บินตรงสู่มาเก๊า กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ และเส้นทางภายในประเทศ เชียงราย-ภูเก็ต 

นอกจากนี้ ล่าสุดในช่วงต้นเดือนเมษายน ได้เปิดเส้นทางเพิ่มในตลาดอินโดจีน (CLMV) มุ่งเน้นสู่ประเทศเวียดนาม  3 เส้นทาง ได้แก่ ดอนเมือง-เกิ่นเทอ ดอนเมือง-ญาจาง และเชียงใหม่-ดานัง และที่ประเทศกัมพูชา 2 เส้นทาง คือดอนเมือง-สีหนุวิลล์ และภูเก็ต-พนมเปญ และเปิดเส้นทางสู่จุดหมายใหม่ที่ประเทศอินเดีย 1 เส้นทาง คือ ดอนเมือง-อาห์เมดาบัด ตอกย้ำการเพิ่มโอกาสบินใหม่ในตลาดกลยุทธ์ ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการต้นทุนและบริหารการใช้ฝูงบินอย่างเหมาะสม

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น และ บจ.ไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2562 นี้ ไทยแอร์เอเชียฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องจากภาวะราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งเป็นผลมาจากการแผนสนับสนุนของภาครัฐที่ช่วยขยายเวลาใช้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 20 ประเทศและ 1 เขตเศรษฐกิจ

“ไทยแอร์เอเชียเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ขยายเครือข่ายเส้นทางสู่ตลาดอินโดจีน CLMV และเส้นทางเชื่อมเมืองรองระหว่างประเทศ รวมถึงให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งของฐานปฏิบัติการการบินภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ และภูเก็ตที่เห็นการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้การเปิดฐานปฏิบัติการบินแห่งที่ 7 ที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสารและกระตุ้นศักยภาพของตลาดใหม่โดยเป็นการสร้างโอกาสให้กับธุรกิจในอนาคต” นายสันติสุขกล่าว

การที่ไทยแอร์เอเชียมองหาโอกาสใหม่ในการเติบโตอยู่เสมอทั้งในกลุ่มประเทศ CLMV และตลาดอินเดีย เพื่อมาเสริมทัพตลาดในประเทศและจีนที่เข้มแข็งอยู่แล้ว ทำให้ยังคงสถานะความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสายการบินราคาประหยัดในไทย อีกทั้งมีส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศเป็นอันดับ 1 เสมอมา เตรียมความพร้อมทุกสภาวะการแข่งขันและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*