ททท​. สำนักงานสุรินทร์ ​ชวนไปร่วมกิจกรรม งานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ 2019 (6)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.​สำนักงานสุรินทร์ (สุรินทร์-ศรีสะเกษ) โดย นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สนง.สุรินทร์ และรองผู้อำนวยการ นายอิสระ สาตรา เชิญผู้สื่อข่าวร่วมกิจกรรม งานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ พร้อมทั้งเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ และ ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวเยี่ยมชม วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ

วัดไพรพัฒนา เดิมทีเป็นที่พำนักของหลวงปู่สรวง นักบุญแห่งดินแดนอีสานใต้ พระผู้บำเพ็ญเพียรตามแนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา อันมีเมตตาบารมีช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจนเป็นที่รักและศรัทธาของผู้คน รวมไปถึงลูกศิษย์ลูกหาทั่วไป จนเป็นที่เรียกขานกันว่า “เทวดา เดินดิน” ภายหลังจากที่หลวงปู่ละสังขารเมื่อปี 2542 สรีระสังขารของหลวงปู่ไม่เปื่อยไม่เน่า จนลูกศิษย์ได้นำไปบรรจุไว้ในโลงแก้วเพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาและนักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพร

เรื่องราวของหลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูล ในเรื่องราวประวัติของท่านนั้น ไม่มีใครที่รู้จริง เพราะท่านเดินทางมาจากประเทศกัมพูชา จะมีก็แต่เรื่องเล่าสืบทอดกันมาเท่านั้น จะจริงเท็จแค่ไหนนั้น ก็ไม่สามารถจะกล่าวได้

จากข้อมูลที่ค้นหามาได้ กล่าวว่า หลวงปู่สรวงเป็นชาวกัมพูชา เดินทางเข้ามายังประเทศไทยมาที่ อ.ขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ และได้พักอาศัยอยู่ตามกระท่อมที่นาของชาวบ้านโคก และเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ อีกมากมาย ชาวบ้านแถบนั้นจะมองว่าท่านเป็นพระสงฆ์ที่ดี แม้ว่าจะมีกิจวัตรที่แตกต่างจากพระสงฆ์ทั่วไป ชาวบ้านก็ยังมีความศรัทธาต่อท่านเสมอมา และหลายๆคนจะเรียกท่านว่า “ลูกตาเบ๊าะ” แปลว่า พระดาบสที่รักษาศีลตามป่าเขา ซึ่งเป็นภาษากัมพูชา

เนื่องจากหลวงปู่สรวง มักจะเดินธุดงค์ไปตามป่าเขา ลำเนาไพร เพียงลำพัง ทำให้ยิ่งเป็นเหตุไม่มีผู้ใดที่จะรู้ถิ่นกำเนิดและอายุของหลวงปู่อย่างแท้จริง  ถึงขนาดที่ว่า คนแก่คนเฒ่าบอกว่า เห็นหลวงปู่มาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งก็มีสภาพแบบนี้มานานแล้ว ยิ่งเป็นปริศนาเรื่องราวมาจนทุกวันนี้

เรื่องราวความอัศจรรย์เกี่ยวกับหลวงปู่นั้น ก็มีความเชื่อมากมาย แม้กระทั่งเชื่อกันว่า ท่านเป็นร่างหนึ่งของหลวงปู่เทพโลกอุดร ที่เป็นปริศนามานานแสนนาน

บุคลิก และกิจของหลวงปู่สรวง จะมีลักษณะความสันโดษ แม้ว่าท่านจะมีผู้คอยติดตามรับใช้ ท่านก็ไม่เคยยึดติด หลวงปู่ยังคงใช้ชีวิตธรรมดา พักอาศัยตามกระท่อมของชาวบ้าน เมื่อท่านได้รับปัจจัยมา ท่านก็ไม่ยึดติด และทำการให้ทานแก่คนยากไร้ มาโดยตลอด และหลายๆ ครั้งท่านก็แทบจะไม่สนใจลาภสักการะเงินทองอะไรเลย มีเรื่องเล่าว่า บางครั้งหลวงปู่ยังนำเงินบริจาคลงบนกองไฟก็มีมาแล้ว … มีผู้ติดตามเล่าให้ฟังว่าไม่เคยเห็นหลวงปู่นอนหลับเลย บางครั้งไม่ฉันเป็นสิบๆ วันก็ยังอยู่ได้เป็นปกติ … บางครั้งไม่เห็นท่านนานหลายวัน อยู่ดีๆ ก็เห็นท่านกลับมาอีกครั้ง โดยจะสังเกตุได้จากว่าวที่แขวนหน้ากระท่อม… ถ้าหลวงปู่สรวงไม่อยู่ ว่าวนี้ก็จะหายไปด้วยเช่นกัน

ความอัศจรรย์มากมาย ที่เล่าต่อๆ กันมามีมากมาย ทั้งจากลูกศิษย์ที่เป็นฆราวาส และพระสงฆ์ ต่างก็พากันยืนยันในเรื่องความดีงามของหลวงปู่สรวง อีกทั้งผู้คนมากมาย มักมีโชคลาภ และเชื่อกันว่าเป็นเพราะบารมีหลวงปู่สรวง… การเล่าปากต่อปาก มากมายในเรื่องราวปริศนา และความอัศจรรย์ต่างๆ เป็นเหตุให้ผู้คนจากทั่วสาระทิศ วนเวียนมากราบไหว้บูชาหลวงปู่สรวงอย่างไม่ขาดสาย

จนกระทั่ง หลวงปู่สรวงได้มีอาการป่วยอย่างหนัก และได้มรณภาพบนรถในขณะที่กำลังนำท่านไปยังโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2543 และได้ทำการเก็บรักษาร่างของท่านไว้ที่วัดไพรพัฒนา จังหวัดศรีสะเกษ เป็นที่น่าอัศจรรย์ แม้ว่าจะไม่มีการฉีดสารเคมีใดๆ เข้าไปในร่างกายของหลวงปู่สรวง แต่ร่างกายสังขารของท่าน ก็ไม่ได้เน่าเปื่อยเลย จะมีเพียงลักษณะแห้งลงไปเล็กน้อย จึงได้เก็บรักษาร่างสังขารของท่านไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้เหล่าผู้มีจิตศรัทธา ได้กราบไหว้บูชา ระลึกถึงคุณความดี ของ่ทาน ที่วัดไพรพัฒนา มาจนถึงทุกวันนี้ และเรื่องราวของหลวงปู่สรวงก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป ตราบนานเท่านาน

คติธรรมคำสอนของ “หลวงปู่สรวงเทวดาเดินดิน แห่งวัดไพรพัฒนา บาปมีจริง บุญมีจริง ผลจะติดตามเหมือนล้อเกวียน ที่กดทับรอยโค” ถ้าใครมีโอกาส เชิญชวนให้เดินทางไปกราบนมัสการสรีระสังขารท่าน ที่ยังคงอยู่คู่กาลเวลา โดยเก็บตั้งสรีระสังขารของท่านไว้ ในมณฑปปราสาทสร้างตามแบบศิลปะขอม เพื่อให้ประชาชนผู้เคารพเลื่อมใส ได้เข้ามากราบไหว้สรีระของหลวงพ่อได้ตลอดเวลา 

สอบถามข้อมูลได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. สำนักงานสุรินทร์ (สุรินทร์-ศรีสะเกษ) 355/3-6 ถนนเทศบาล 1 ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000 โทร. 0 4451 4447-8 e-Mail tatsurin@tat.or.th www.tourismthailand/org/surin Facebook TATSurinOiffice หรือโทร. 1672

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*